กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "เป็นองค์กรกลางในการอำนวยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล อย่างยั่งยืน" Vision “Central agency that is responsible for administrating and protecting rights, liberties and human rights in accordance with the international standards and in a sustainable manner.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

 216

วันอังคารที่ 10 เมษายน 2561 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม BB 202 โรงแรมเซนทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ นางสาวจิฬาภรณ์ ตามชู ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ เข้าร่วมประชุมสนทนากลุ่ม
(Focus Group) ร่างยุทธศาสตร์การวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรม พ.ศ.2562-2565 ซึ่งจัดโดยสำนักงานกิจการยุติธรรม ร่วมกับ ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับเกียรติจาก นายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมและร่วมการสนทนากลุ่มในครั้งนี้ด้วย ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวิจัยจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและกลุ่มภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ประชุมได้ร่วมให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างยุทธศาสตร์การวิจัยฯ
ซึ่งสรุปได้ดังนี้

๑.ด้านเนื้อหา

            1.๑) ทบทวนถ้อยคำประเด็น และนิยามกรอบวิจัยในแต่ละยุทธศาสตร์ ให้มีความชัดเจน รวมถึงกรอบการวิจัยด้านกระบวนการยุติธรรม หมายรวมถึง ทางอาญา แพ่ง ปกครอง หรือไม่ เพื่อนำไปสู่การกำหนดวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ที่สามารถเป็นได้จริง

            ๑.2) ควรมีการจัดลำดับ (priority) ของยุทธศาสตร์และชุดโครงการวิจัย เพื่อให้เห็น productivity ที่ชัดเจน

           ๑.3) เพิ่มเติมประเด็นการวิจัย เช่น ด้านนิติวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจนมากขึ้น การส่งต่อข้อมูลกระบวนการยุติธรรมระหว่างหน่วยงาน การคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม การปรับ mindset ของบุคลากร
ในกระบวนการยุติธรรม การวิจัยเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน การวิจัยประเด็นที่เป็นช่องว่างของสังคมในปัจจุบัน รวมถึงการวิจัยเพื่อติดตามประเมินผล เป็นต้น

            ๑.4) การทบทวนประเด็นการวิจัยบางหัวข้อว่ายังสำคัญต้องมีการวิจัยหรือไม่

๒.ด้านรูปแบบการวิจัย

            ๒.1) การวิจัยเชิงปฏิบัติการ

            ๒.2) การวิจัยด้านกฎหมาย เป็นการวิจัยเพื่อวิเคราะห์ว่า ควรมีกฎหมายหรือไม่ หรือกฎหมายมีแล้วดีหรือไม่
หรือวิเคราะห์ว่าควรยกเลิกกฎหมายหรือไม่

           ๒.3) การวิจัยควรคำนึงถึงทั้งในเชิง function/ agenda/area ซึ่งนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไป

๓.ด้านการนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ (Implementation)

            ๓.1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย ต่างๆ (infrastructure) เพื่อให้นักวิจัยสามารถดำเนินการวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            ๓.2) พัฒนาและส่งเสริมงบประมาณและระบบทุนวิจัยด้านกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งการพัฒนาผู้บริหารโครงการวิจัย และนักวิจัย

            ๓.3) ส่งเสริมการดำเนินงานของ วช. ด้านกระบวนการยุติธรรม

            ๓.4) พัฒนาฐานข้อมูลงานวิจัย รวมถึงฐานข้อมูลด้านกระบวนการยุติธรรม เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์
ด้านการวิจัยของนักวิจัย

            ๓.5) พัฒนาและส่งเสริมกระบวนการและงานวิจัยเพื่อส่งต่อchange agent

           ทั้งนี้ ข้อสังเกตข้างต้นสำนักงานกิจการยุติธรรม และมหาวิทยาลัยมหิดล จะนำไปปรับปรุงเพิ่มเติม
ร่างยุทธศาสตร์การวิจัยฯ เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยในกระบวนการยุติธรรม
และคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พิจารณาต่อไป

***************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

11 เมษายน 2561/พิชญ-ข่าว