กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "เป็นองค์กรในการส่งเสริม คุ้มครอง และสร้างหลักประกันสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนสู่ความเป็นสากล" Vision “To be an organization for promotion, protection and guarantee of rights, liberties and human rights with a determination to achieve international standards.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

 467

วันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2560 เวลา 09.00 น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ     ในงานเตรียมความพร้อมก่อนการประกาศวาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายในการที่จะเตรียมความพร้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ก่อนที่จะมี  การประกาศวาระแห่งชาติ โดยมีเหตุผลสำคัญอยู่ 5 ประการ คือ

1. ส่งเสริมนโยบาย Thailand 4.0 ให้ขับเคลื่อนไปด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และ              มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการต่อยอดการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งถือเป็นการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็น การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานอย่างกดขี่ผิดกฎหมายการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การก่ออาชญากรรม ฯลฯ และยังเป็นการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ด้วย

2. รัฐบาลมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง ผ่านทาง                   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในมาตรา 4 ที่กล่าวถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และ  ความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง และนโยบายของรัฐบาลข้อ 2 การรักษาความมั่นคงของรัฐ  และการต่างประเทศที่มีนโยบายกล่าวถึงการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรมและ   หลักสิทธิมนุษยชน

3. การปฏิบัติโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เมื่อได้มีการคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนในการดำเนินงานแล้ว จะเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย

4. เป็นการแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่น ร่วมมือกันกับคนในชาติทุกภาคส่วนในการส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

5. เพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ซึ่งจะหมดวาระลงในปี                 พ.ศ.2561 และเตรียมความพร้อมในการวางรากฐานของการประกาศใช้แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฉบับที่ 4 (พ.ศ.2562-2566) เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่อไป

การเตรียมความพร้อมก่อนประกาศวาระแห่งชาติ สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเป็นการรวมพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะทำให้สังคมไทย        เป็นสังคมที่เกิดความสงบสุข สันติสุข มีการเคารพในสิทธิ หน้าที่ เห็นอกเห็นใจกันและไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น  อันจะนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน จึงได้มีความพยายามยกระดับสิทธิมนุษยชนให้เป็น  วาระแห่งชาติ ซึ่งจากที่ผ่านมาเป็นที่น่ายินดี ว่าจากการรับฟังความคิดเห็นประชาชนจากทุกภาคส่วน ในทุกจังหวัด ร้อยละ 85 เห็นด้วยและเต็มใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวาระแห่งชาติ และเห็นประโยชน์ร่วมกัน   ในการดำเนินงานเตรียมการประกาศวาระแห่งชาติในครั้งนี้ ในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ (ปี พ.ศ.2561-2562) สำหรับทิศทางวาระแห่งชาติ ภายใต้กลยุทธ์

ถอดรหัสวาระแห่งชาติ 4+3+2+1 = Goal กุญแจสู่สังคมสันติสุข กล่าวคือ

          4 : สร้าง ด้วยการ (1) สร้างความตระหนัก จิตสำนึก สิทธิ หน้าที่ และการเคารพสิทธิผู้อื่น (2) สร้างระบบการติดตาม เฝ้าระวังการละเมิดสิทธิด้วยพลังเครือข่าย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ทันท่วงที (3) สร้างวัฒนธรรมแห่งการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน และ (4) สร้างเสริมการพัฒนาเครือข่ายทุกภาคส่วนให้มีศักยภาพในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน

3 : ปรับ ด้วยการ (1) ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลแสดงผลงานและสถานการณ์การละเมิดสิทธิ       ที่เป็นรูปธรรม ครอบคลุมระดับพื้นที่ จังหวัด เพื่อมุ่งไปแก้ไขปัญหาการละเมิด (2) ปรับทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐ  ในเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่เป็นเรื่องตรวจสอบ แต่เป็นสิ่งดี ๆ ที่จะสนับสนุนการทำงานและสร้างสังคมสงบสุข (3) ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่ยังละเมิดเสนอรัฐบาลพิจารณาแก้ไข

 

2 : ขับ ด้วยการ (1) ขับเคลื่อนองค์กรหรือจังหวัดต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน สำหรับใช้ถอดบทเรียน   การทำงานให้หน่วยงานอื่นขยายผลต่อยอด และ (2) ขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสู่การปฏิบัติในมิติเสริมสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

1 : ลด ด้วยการ ลดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม

 การประกาศวาระแห่งชาติในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดผลดีต่อประเทศชาติ  คือ

 (1) ระดับประเทศ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้า ทัดเทียมระดับสากล ตลอดจนประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านสิทธิมนุษยชนและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ

 (2) ระดับสังคม หน่วยงานต่าง ๆ เห็นความสำคัญของการนำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ และเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ในด้านสิทธิมนุษยชน และร่วมมือกันป้องกันและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน    ทำให้สถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนมีแนวโน้นลดลง สร้างวัฒนธรรมให้คนคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องและเกี่ยวพันกับทุกหน่วยงานอยู่แล้ว เพียงแต่นำมิติด้านสิทธิมนุษยชนมาเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

(3) ระดับประชาชน ประชาชนได้รับรู้และตระหนักในสิทธิ หน้าที่ ไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น ทำให้สังคม    มีความมั่นคง และมีความสุข อยู่กันอย่างสันติสุข  

 

******************************

 

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

13 กันยายน ๒๕๖๐ /พบพร-ภาพ,ข่าว