กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "เป็นองค์กรในการส่งเสริม คุ้มครอง และสร้างหลักประกันสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนสู่ความเป็นสากล" Vision “To be an organization for promotion, protection and guarantee of rights, liberties and human rights with a determination to achieve international standards.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

98

วันนี้ (วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๙) เวลา ๑๔.๓๐ น. ณ ห้องพรหมนอก ชั้น ๒ อาคาร ๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นางจันทร์ชม จินตยานนท์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ ว่าที่ร้อยตรีธนกร สถานานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา เข้าพบ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อชี้แจงและซักซ้อมความร่วมมือเกี่ยวกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ตกเป็นผู้เสียหาย ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นกฎหมายที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพรับผิดชอบ มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ โดยมีสาระสำคัญประการหนึ่ง ตามมาตรา ๖/๑ กล่าวคือ การให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้เสียหายหรือทายาท ซึ่งได้รับความเสียหายมาร้องทุกข์ทราบถึงสิทธิการได้รับค่าตอบแทนตามพระราชบัญญัตินี้

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ขอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้พนักงานสอบสวนแจ้งสิทธิผู้เสียหายพึงได้รับตามพระราชบัญญัตินี้ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือประชาชน ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ ภายหลังการทำบันทึกความร่วมมือดังกล่าว ได้มีการประกาศแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นสำนักงานตามพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ พร้อมทั้งยังได้มีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชนเพื่ออำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมต่อไป

การหารือและซักซ้อมความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันนี้ จึงเป็นการหารือเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนซึ่งต้องทำหน้าที่เพื่อรองรับบทบัญญัติตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมที่ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือถูกข่มขืน เข้าถึงสิทธิในการได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยผลการหารือสรุปได้ ดังนี้

๑. พนักงานสอบสวนจะทำการแจ้งสิทธิให้ผู้เสียหายหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย ตามฐานความผิด ท้ายพระราชบัญญัติที่มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ทราบถึงสิทธิการได้รับค่าตอบแทนผู้เสียหาย โดยจะแจ้งให้ทราบถึงสถานที่ยื่นสิทธิที่อาจได้รับ ตลอดจนเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการยื่น และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

๒. ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือทายาท มีความประสงค์จะยื่นต่อพนักงานสอบสวนให้พนักงานสอบสวนรับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานไว้

๓. หลังจากพนักงานสอบสวนได้ทำการแจ้งสิทธิหรือรับคำขอแล้วแต่กรณี ผู้เสียหายหรือทายาทจะได้รับสำเนาบันทึกการแจ้งสิทธิ/แบบรับคำขอ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนต้นฉบับจะส่งให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะได้ร่วมกันพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโดยการเชื่อมโยงข้อมูลผู้เสียหายในคดีอาญาที่จำเป็นต่อการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้ง่ายต่อการเข้าถึงการบริการมากยิ่งขึ้น

 

**************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๙ /พบพร,มนัส- ภาพ,-ข่าว

 

วันนี้ (วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๙) เวลา ๑๔.๓๐ น. ณ ห้องพรหมนอก ชั้น ๒ อาคาร ๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นางจันทร์ชม จินตยานนท์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ ว่าที่ร้อยตรีธนกร สถานานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา เข้าพบ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อชี้แจงและซักซ้อมความร่วมมือเกี่ยวกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ตกเป็นผู้เสียหาย ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นกฎหมายที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพรับผิดชอบ มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ โดยมีสาระสำคัญประการหนึ่ง ตามมาตรา ๖/๑ กล่าวคือ การให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้เสียหายหรือทายาท ซึ่งได้รับความเสียหายมาร้องทุกข์ทราบถึงสิทธิการได้รับค่าตอบแทนตามพระราชบัญญัตินี้

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ           ได้ขอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้พนักงานสอบสวนแจ้งสิทธิผู้เสียหายพึงได้รับตามพระราชบัญญัตินี้ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือประชาชน ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ ภายหลังการทำบันทึกความร่วมมือดังกล่าว ได้มีการประกาศแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นสำนักงานตามพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ พร้อมทั้งยังได้มีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชนเพื่ออำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมต่อไป

การหารือและซักซ้อมความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันนี้ จึงเป็นการหารือเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนซึ่งต้องทำหน้าที่เพื่อรองรับบทบัญญัติตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมที่ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือถูกข่มขืน เข้าถึงสิทธิในการได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยผลการหารือสรุปได้ ดังนี้

๑. พนักงานสอบสวนจะทำการแจ้งสิทธิให้ผู้เสียหายหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย ตามฐานความผิด             ท้ายพระราชบัญญัติที่มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ทราบถึงสิทธิการได้รับค่าตอบแทนผู้เสียหาย โดยจะแจ้งให้ทราบถึงสถานที่ยื่นสิทธิที่อาจได้รับ ตลอดจนเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการยื่น และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

๒. ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือทายาท มีความประสงค์จะยื่นต่อพนักงานสอบสวนให้พนักงานสอบสวนรับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานไว้

๓. หลังจากพนักงานสอบสวนได้ทำการแจ้งสิทธิหรือรับคำขอแล้วแต่กรณี ผู้เสียหายหรือทายาทจะได้รับสำเนาบันทึกการแจ้งสิทธิ/แบบรับคำขอ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนต้นฉบับจะส่งให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะได้ร่วมกันพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโดยการเชื่อมโยงข้อมูลผู้เสียหายในคดีอาญาที่จำเป็นต่อการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้ง่ายต่อการเข้าถึงการบริการมากยิ่งขึ้น

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

23 ธันวาคม ๒๕๕๙ /พบพร,มนัส- ภาพ,-ข่าว

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม