กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "เป็นองค์กรกลางในการอำนวยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล อย่างยั่งยืน" Vision “Central agency that is responsible for administrating and protecting rights, liberties and human rights in accordance with the international standards and in a sustainable manner.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

 การประชุมเชิงปฏิบัติการ “โทษประหารชีวิตยังจำเป็นต่อสังคมไทยหรือไม่”
พื้นที่กรุงเทพมหานคร

 



          เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล โดยรองศาตราจารย์ ดร. ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด และคณะ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โทษประหารชีวิต ยังจำเป็นต่อสังคมไทยหรือไม่” พื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีพันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดี กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานเปิดการประชุม และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สถานการณ์ของนานาประเทศและบริบทของไทยเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต” ซึ่งผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงาน ดังต่อไปนี้ หน่วยงานกระบวนการการยุติธรรม ตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กแล้วเยาวชน รัฐวิสาหกิจ นักวิชาการอิสระ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนผู้สนใจทั่วไป ประมาณ ๒๐๐ คน

 



          การประชุมเชิงปฏิบัติการ “โทษประหารชีวิตยังจำเป็นต่อสังคมไทยหรือไม่” มีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความตระหนัก และรับฟังมาตรการและแนวทางรองรับ หากมีการเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล โดยจัดขึ้นครอบคลุมทั้ง ๔ ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีพันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธาน เปิดการประชุม และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สถานการณ์ของนานาประเทศและบริบทของไทยเกี่ยวกับ โทษประหารชีวิต” ซึ่งท่านได้กล่าวถึงความสำคัญและความเป็นมาของการจัดประชุมในวันนี้ หลักอาชญาวิทยาและนโยบายการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง และนานาประเทศเกี่ยวกับการใช้และยกเลิกโทษประหารชีวิต พร้อมทั้ง บริบทของประเทศไทยต่อโทษประหารชีวิต นอกจากนี้ ท่านอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ยังได้ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๗ และช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว พร้อมทั้ง สมาคมตำรวจ ได้บันทึกภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งตลอดกระบวนการจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อนำไปจัดทำเป็นสารคดีรณรงค์ ในประเด็นดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งขอบเขตเนื้อหาและรายละเอียดของการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในพื้นที่กรุเทพมหานครครั้งนี้ สามารถแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๔ ช่วง ดังต่อไปนี้
          ช่วงที่ ๑ การบรรยายพิเศษ “มุมมองทางศาสนากับโทษประหารชีวิต” โดย พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส รศ.ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
          ช่วงที่ ๒ การบรรยายกรณีศึกษา “ประสบการณ์คดีในกระบวนการยุติธรรม” โดย ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งท่านได้ถ่ายทอดประสบการณ์และยกตัวอย่างคดีที่เกิดข้อผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรม ทั้งคดีในประเทศและต่างประเทศ
          ช่วงที่ ๓ การเสวนา “นานาทัศนะเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต” โดย ร้อยตำรวจโท ดร.อุทัย อาทิเวช อัยการผู้เชี่ยวชาญ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ และนางสาวปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัยกุล ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งมีรองศาสตราจารย์ ดร. ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด ที่ปรึกษาโครงการ เป็นผู้ดำเนินรายการ
          ช่วงที่ ๔ การระดมความคิดเห็น “มาตรการและแนวทางต่างๆ รองรับหากมีการเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตในสังคมไทย” โดยมีนายพิทักษ์ เกิดหอม ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิ เป็นผู้ดำเนินรายการ สำหรับกระบวนการในช่วงนี้จะแบ่งผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดออกเป็นกลุ่มย่อย จำนวน ๕ กลุ่ม เพื่อให้แต่ละกลุ่มได้ระดมความคิดเห็นภายในกลุ่ม พร้อมทั้งนำเสนอข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ดังนี้ ๑) โทษประหารชีวิตยังจำเป็นต่อสังคมไทยหรือไม่ เพราะเหตุใด ๒) หากโทษประหารชีวิตยังมีความจำเป็น ควรอยู่ในความผิดฐานใด และ ๓) หากมีการเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต ท่านมีข้อกังวลใจอะไรบ้าง และควร มีมาตรการใดมารองรับ

 



          ทั้งนี้ กิจกรรมการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครอบคลุมทั้ง ๔ ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร เป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการยกเลิกโทษประหารชีวิต ตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ ที่ได้หมดวาระลงแล้วเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ และจะดำเนินการต่อเนื่องไปในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ – ๒๕๖๑ โดยจะมีกิจกรรมอื่นๆ ทั้งการศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับปรัชญาการลงโทษ การใช้และยกเลิกโทษประหารชีวิตของนานาประเทศ ทั้งแถบยุโรป อเมริกา และเอเชีย รวมถึงมาตรการลงโทษอื่นที่ใช้แทนโทษประหารชีวิตของแต่ละประเทศ สถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจำนวนนักโทษประหารชีวิต ในประเทศไทยและสถิติอาชญากรรมที่เกิดขึ้น การสร้างความตระหนักและรับฟังความคิดเห็น การสัมภาษณ์ เพื่อนำผลที่ได้ในแต่ละกิจกรรม สังเคราะห์สรุปผลการศึกษานำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ภาพบรรยากาศ

  

  

  

 

******************************************************************