กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "เป็นองค์กรในการส่งเสริม คุ้มครอง และสร้างหลักประกันสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนสู่ความเป็นสากล" Vision “To be an organization for promotion, protection and guarantee of rights, liberties and human rights with a determination to achieve international standards.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการเสนอรายงานประเทศตามพันธกรณี ภายใต้กติการะหว่างประเทศฯ ฉบับที่ ๒

 

 

         

          เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2557 เวลา 09.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ประชุมได้เห็นชอบการเสนอรายงานประเทศตามพันธกรณีภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ฉบับที่ 2 (ข้อมูลระหว่างปี 2548-2551) ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Committee : HRC)

          ทั้งนี้ ซึ่งจากนี้ไปจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศในการจัดส่งรายงานให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้อ่านและกำหนดให้ประเทศไทยเดินทางไปเสนอรายงานด้วยวาจาต่อไป ซึ่งการเสนอรายงานประเทศจะช่วยให้รัฐภาคีปฏิบัติตามและเติมเต็มการเคารพสิทธิพลเมืองและสิทธิพลเมืองมากยิ่งขึ้น

          ภูมิหลังของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

          ประเทศไทยเป็นภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองโดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ 29 มกราคม 2540 ปัจจุบันประเทศต่างๆเป็นภาคีแล้ว 168 ประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ย. 57)

          สาระสำคัญ ICCPR กำหนดให้รัฐภาคีดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น สิทธิในการมีชีวิต เสรีภาพในการนับถือศาสนา สิทธิในการเดินทาง สิทธิชุมชน สิทธิชนกลุ่มน้อย สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม สิทธิในการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ สิทธิในการเลือกตั้ง รวมทั้งการเสนอรายงานประเทศ เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม ICCPR ต่อคณะกรรมการประจำ ICCPR เป็นต้น ทั้งนี้การดำเนินการต่างๆภายใต้ ICCPR ถือเป็นพันธกรณีระหว่างประเทศ ได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557

          การเสนอรายงานต่อคณะกรรมการประจำ ICCPR คณะกรรมการประจำ ICCPR มีหน้าที่ติดตามอ่านรายงานของรัฐภาคีต่างๆ และมีข้อเสนอแนะต่อรัฐภาคีเพื่อให้การปฏิบัติตาม ICCPR ครบถ้วนมีความก้าวหน้ามากขึ้น

          เนื้อหาหลัก ในรายงานประเทศ ฉ.2 (พ.ศ. 2548 – 2551) จัดทำในช่วงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540-2550 มีพัฒนาการเด่นๆที่ปรากฏในรายงาน เช่น การจัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, การเน้นการอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชนแก่เจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น, การให้สิทธิทางการศึกษากับทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย แม้ว่าจะไม่มีสัญชาติไทย (Education for All), การจดทะเบียนเกิดแก่ชนกลุ่มน้อย, การให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถใช้ภาษามลายูเป็นภาษาในการทำงาน ,การจัดทำหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย, การเป็นภาคีในอนุสัญญาต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในลักษณะองค์กร, การเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ, การประกาศใช้ พรบ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ซึ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชน สตรี และบุคคลในครอบครัว , การมี พรบ.คุ้มครองสิทธิคนพิการ ทำให้คนพิการสามารถฟ้องร้องได้หากมีการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ ฯลฯ

          ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ

             • ถือเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นต่อการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย

             • เป็นการส่งเสริมบทบาทภาพลักษณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ

            • ในระยะยาวประชาชนจะได้ประโยชน์จากการแก้ไขปรับปรุง นโยบาย กฎหมาย กฎระเบียบ มาตรการต่างๆ ให้สอดคล้องกับพันธกรณีของ ICCPR มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

          ท่านสามารถdownload รายงานประเทศตามพันธกรณีภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ฉบับที่ 2 ได้ที่ >>> Download <<<