กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

  

  

      เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ  ห้องมรกต โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ท. หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค ๗ เป็นประธานในพิธีเปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเผยแพร่หลักการของสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนต่อเจ้าหน้าที่ บังคับใช้กฎหมาย โดยมี นายไพฑูรย์ สว่างกมล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้กล่าวรายงานโดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้สังกัดตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค ๗ และกองบัญชาการสอบสวนกลาง รวมทั้งสิ้นประมาณ ๒๐๐ คน เข้าร่วม ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้มอบโล่ที่ระลึกในโอกาสที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมดำเนินงานกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแจ้งสิทธิให้แก่ผู้เสียหายในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔

      กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเผยแพร่หลักการของสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนต่อเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ ๒ ประการ คือ ๑.เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการ แจ้งสิทธิให้แก่ผู้เสียหายในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ และ ๒.เพื่อเผยแพร่หลักการและสาระสำคัญของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี

       รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ขอความอนุเคราะห์ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งพนักสอบสวนทั่วประเทศให้ดำเนินการแจ้งสิทธิให้กับผู้เสียหายหรือทายาทผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ ซึ่งต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือไปยังหน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยงาน ให้ทราบและถือปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว ดังนั้น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงจัดโครงการประชุมในครั้งนี้ เพื่อทำความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ได้รับทราบและเข้าใจถูกต้องตรงกัน และมีทิศทาง การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ยังได้มีการเผยแพร่หลักการและสาระสำคัญของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง เนื่องจากอนุสัญญาฯ มีวัตถุประสงค์ในการห้ามเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการทรมานเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล ข้อสนเทศ หรือคำรับสารภาพ ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ ดังนั้น ประเทศไทยในฐานะภาคีอนุสัญญาฯ ก็มีหน้าที่จะต้องเผยแพร่ให้ความรู้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของอนุสัญญา ทั้งนี้ เพื่อจะได้นำไปปรับใช้กับการปฏิบัติงานต่อ

      อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  กล่าวว่า  การช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างสะดวกและรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิของผู้เสียหาย การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ภายใต้บทบาทภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวเป็นการรับรองสิทธิในการได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐของบุคคลซึ่งได้รับความเสียหาย เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น โดยตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้น ซึ่งได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ เช่น ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกยิง ถูกแทง ถูกข่มขืน ฯ และไม่มีโอกาสได้รับการบรรเทาความเสียหายโดยทางอื่น ซึ่งที่ผ่านมายังมีสถิติผู้เสียหายที่มายื่นคำร้องขอรับค่าตอบแทนยังมีปริมาณค่อนข้างน้อย ของจำนวนผู้เสียหายที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงมีนโยบายเร่งด่วนในการให้ความรู้และขยายฐานการแจ้งสิทธิเกี่ยวกับสิทธิของผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาพ.ศ. ๒๕๔๔ ให้กับพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้ง ๙ ภาคทั่วประเทศ

      ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค ๗ กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการประสานความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแจ้งให้พนักงานสอบสวนทั่วประเทศดำเนินการแจ้งสิทธิให้แก่ผู้เสียหายหรือทายาทผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๕ ความผิดลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศ ชีวิต หรือร่างกาย พร้อมทั้ง ให้พนักงานสอบสวนติดตามตรวจสอบว่าหลังจากแจ้งสิทธิให้ผู้เสียหายหรือทายาทผู้เสียหายทราบแล้ว ได้ไปยื่นคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหาย ณ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือหากไม่ได้ยื่นให้สอบถามปัญหาข้อขัดข้องแล้วรีบดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ตามสมควร สำหรับการประชุมในวันนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จะได้มาทำความเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญทุกท่านต้องทราบและเข้าใจตรงกัน เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปถ่ายทอดให้กับเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชายึดถือปฏิบัติต่อไป

      นอกจากนี้ ในการประชุมดังกล่าว มีการอภิปรายในหัวข้อ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔โดยวิทยากร นางจันทร์ชม จินตยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินฯ ว่าที่ร้อยตรีธนกร สถานานนท์ รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ และนายวรากร โสมนะพันธุ์ นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการพิเศษ ดำเนินรายการโดย นายไพฑูรย์ สว่างกมล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และการอภิปรายในหัวข้อ อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี โดยวิทยากร ศาสตราจารย์พิเศษ กุลพล พลวัน ดำเนินรายการโดย นายสมชาย คมกริส ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ

*************************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 

กฤษณะ/ข่าว