กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

 

          เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น.  ณ ห้องริชมอนด์ บอลรูม ๒ ชั้น ๔ โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.ดร. ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพิ่มขีดความสามารถขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสู่การปฏิบัติ พร้อมก้าวสู่มิติใหม่ในการพัฒนาแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาต่อยอดยกร่างแผนสิทธิมนุษยชนระดับพื้นที่เป็นร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๕๗ ๒๕๖๑)  และเพื่อให้ได้ร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๗ ๒๕๖๑) ฉบับสมบูรณ์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจาก ๒๐ กระทรวง องค์อิสระ หน่วยงานระดับนโยบายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า ๑๑๐ คน ซึ่ง การประชุมในครั้งนี้เป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ (ช่วงครึ่งแผน ฯ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ๒๕๕๔) และการเพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ (ช่วงครึ่งแผน ฯ หลัง) และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ถึงความสำคัญและกระบวนการจัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓  กับการก้าวสู่มิติใหม่ในการพัฒนาแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร. ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด และคณะ

          สืบเนื่องจาก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ ได้มีการประชุมสิทธิมนุษยชนระดับโลก  ณ กรุงเวียนนา ซึ่งที่ประชุมได้มีการจัดทำปฏิญญาเวียนนาและแผนปฏิบัติการขึ้น โดยในข้อ ๗๑ ของที่ประชุมระดับโลกได้มีข้อเสนอแนะให้ รัฐภาคีพิจารณาความจำเป็นในการร่างแผนปฏิบัติการแห่งชาติ เพื่อกำหนดวิธีการที่จะให้มีการปรับปรุง   ส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนภายในรัฐภาคี  ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ เข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนหลายฉบับ ทำให้มีผลผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาต่าง ๆ  ดังนั้นเนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ประเทศไทยจึงได้มีการจัดทำนโยบายและแผนปฏิบัติการแม่บทแห่งชาติด้านสิทธิมนุษยชนขึ้น นับว่าเป็นแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับแรกของประเทศไทย โดยอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยขณะประกาศใช้แผนฯ ฉบับแรกดังกล่าวนี้เป็นช่วงที่ประเทศไทยได้มีการปฏิรูประบบราชการมีการยุบรวมหน่วยงานราชการ ทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานตามแผนฯ จนแผนฯ หมดวาระลงเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘  และเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนฉบับแรกต่อไปก่อนจนกว่าจะมีการจัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ เสร็จเรียบร้อย และมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมรับผิดชอบด้วยการรับฟังความคิดเห็นและข้อสังเกตของหน่วยงานต่าง ๆ ประกอบการพิจารณาดำเนินการติดตามประเมินผลความก้าวหน้าในการปฏิบัติตามแผน รวมทั้งเร่งรัดการจัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ ให้เสร็จโดยเร็ว  ต่อมา กระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายภารกิจดังกล่าวให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๕๒ ๒๕๕๖) ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๔๙ เป็นต้นมา ขณะนี้แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ อยู่ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ แปลงแผนสู่การปฏิบัติ ซึ่งแผนฯ จะครบวาระในปี พ.ศ.๒๕๕๖  กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจึงได้เริ่มโครงการจัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนครอบคลุมทั่วประเทศขึ้น โดยมีระยะเวลาในการดำเนินงาน ๒ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ ปี พ.ศ.๒๕๕๕ เป็นการยกร่างแผนสิทธิมนุษยชนระดับพื้นที่โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม (แยกเป็น ๔ ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร) ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นลงแล้วในปีงบประมาณ ๒๕๕๕  สำหรับในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เป็นการดำเนินงานในระยะที่ ๒ ด้วยการนำยกร่างแผนสิทธิมนุษยชนระดับพื้นที่มาพัฒนาต่อยอดให้เป็นร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๕๗ ๒๕๖๑) เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบและประกาศใช้ต่อไป

          อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพิ่มขีดความสามารถขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสู่การปฏิบัติ พร้อมก้าวสู่มิติใหม่ในการพัฒนาแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ในวันนี้ ประเทศไทยได้เข้าร่วมลงนามเป็นสมาชิกภาคีของสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน หลายฉบับ       รวมทั้งปฏิญญาเวียนนาซึ่งเป็นผลจากการประชุมระดับโลกด้านสิทธิมนุษยชน เมื่อปี  ค.ศ.  ๑๙๙๓  กำหนดให้รัฐภาคีขององค์กรสหประชาชาติต้องจัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งภายในประเทศภาคีเองและนานาประเทศ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดบทบัญญัติ  ในการคุ้มครอง ส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ จึงมอบหมายให้ กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมทั้งเป็นหน่วยงานหนึ่งในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงหลักประกันตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล โดยการสร้างมาตรการกลไกในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดังนั้น แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงเป็นเครื่องมือหรือมาตรการหนึ่งในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การสร้างหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน การเพิ่มความเข้มแข็ง ตามหลักนิติรัฐ รวมทั้ง การสร้างความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชนในทุกภาคส่วน เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประเทศ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนจะบังเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกหน่วยงาน และทุกภาคส่วน ในการแปลงแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ

 

*************************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๑๘ มกราคม ๒๕๕๖/ข่าว