กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "เป็นองค์กรกลางในการอำนวยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล อย่างยั่งยืน" Vision “Central agency that is responsible for administrating and protecting rights, liberties and human rights in accordance with the international standards and in a sustainable manner.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

270

วันพฤหัสบดีที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ ห้องวิมานทิพย์ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซต์ กรุงเทพฯ กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Right : AICHR) และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and development : OECD) คณะกรรมาธิการร่วมภาคเอกชน ๓ สถาบัน (กกร.) และสมาคมเครือข่ายโกลบอล คอมแพ็ค ประเทศไทย จัดการประชุมเรื่อง “เสริมธุรกิจแข็งแกร่งด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมตามแนวทางสากล” โดยมี นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายสุภาค โปร่งธุระ รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ นายปรีดี ดาวฉาย ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ๓ สถาบัน (กกร.) และประธานสมาคมธนาคารไทย ดร.เสรี นนทสูติ ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ร่วมกล่าวเปิดการประชุม โดยมีผู้แทนจากสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสมาคมเครือข่ายโกลบอล คอมแพ็ค ประเทศไทย CSR Club และผู้แทนภาครัฐจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย เข้าร่วม

นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า รัฐบาล โดยการนำของนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ เพิ่มโอกาสในการจ้างงาน กระจายรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีความมุ่งหวังสูงสุดเพื่อให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี อย่างไรก็ตาม ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดอันเป็นผลสืบเนื่องจากการประกอบธุรกิจเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นผลักดันการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล และเน้นย้ำการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการประกอบธุรกิจที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ความตั้งใจจริงของรัฐบาลได้สะท้อนไว้ในหลายโอกาส ตลอดจนความพยายามในการผลักดันให้มีการบัญญัติ ปรับปรุง และแก้ไขกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติในหลายประเด็น เช่น การปรับค่าแรงขั้นต่ำ การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฯลฯ ที่สำคัญ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand ๔.๐ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยกำหนดให้การส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้วาระแห่งชาติฯ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับการจัดประชุมในวันนี้ จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน มาตรฐานระหว่างประเทศในการประกอบธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบที่ดีเกี่ยวกับการนำมาตรฐานสากลปรับใช้กับการประกอบธุรกิจที่ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะเป็นประโยชน์และสามารถช่วยให้นำไปปรับใช้กับการทำงานให้เกิดประสิทธิผล เสริมธุรกิจให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป

******************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ / พิชญ-ข่าว