กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

 

          เมื่อวันพุธที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องขามแก่น ชั้น ๔ โรงแรมเจริญธานี จังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ นางจันทร์ชม จินตยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรเผยแพร่หลักการและการปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร ตำรวจ ราชทัณฑ์ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงานคุมประพฤติ และฝ่ายปกครอง รวมทั้งสิ้นกว่า ๕๐ คน

          สืบเนื่องจากการที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ( Convention against Torture and Other Cruel Inhuman or Degrading Treatment or Punishment – CAT) โดยการภาคยานุวัติเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ และมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ซึ่งในฐานะรัฐภาคีประเทศไทยมีพันธะผูกพันที่จะต้องดำเนินการตามพันธกรณี ๔ ประการ ได้แก่ ๑) การประกันให้เกิดสิทธิต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ๒) การปฏิบัติให้เกิดสิทธิตามที่รับรองไว้ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ด้วยความก้าวหน้า ๓) การเผยแพร่หลักการของสิทธิที่ระบุไว้ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ อย่างกว้างขวาง และ ๔) การจัดทำรายงานสถานการณ์และปัญหาอุปสรรคภายในประเทศตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ  และโดยที่อนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ข้อบทที่ ๑๐ กำหนดให้ รัฐภาคีแต่ละรัฐต้องประกันว่าการศึกษา และข้อสนเทศเกี่ยวกับการห้ามทรมานเข้าไปบรรจุอย่างสมบูรณ์ในหลักสูตรการฝึกอบรมบุคลากรที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งที่เป็นพลเรือน หรือ ทหาร พนักงานทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และบุคคลอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการควบคุมตัว การสอบสวน หรือการประติบัติต่อปัจเจกบุคคลที่ตกอยู่ภายใต้ภาวะของการถูกจับ การกักขัง หรือ การจำคุก ไม่ว่าจะในรูปแบบใดกรมคุ้มครองสิทธิ

และเสรีภาพ จึงได้ดำเนินโครงการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมวิทยากร และหลักสูตรเผยแพร่หลักการและการปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel Inhuman or Degrading Treatment or Punishment-CAT) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หลักการและสาระสำคัญของอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน ฯ ให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ พร้อมทั้งเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ รวมถึงความรู้พื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน และพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามหลักการที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ และเพื่อสร้างวิทยากรในการเผยแพร่หลักการและส่งเสริมการปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ประจำภายในแต่ละหน่วยงานซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับรัฐบาลไทยในการผลักดันให้พันธกรณีที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯให้เกิดประสิทธิผลแล้วยังสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่อง สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีการตรวจสอบคำร้องที่กล่าวหาว่ามีการกระทำทรมาน และการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่ไร้มนุษยธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเด็นมาตรการด้านสิทธิมนุษยชนศึกษาที่ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรสิทธิมนุษยชนและความรู้ความเข้าใจเรื่องอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย    ไร้มนุษยธรรม หรือ ย่ำยีศักดิ์ศรี ให้กับบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม (จากรายงานผลการตรวจสอบที่ ๒๗๕ ๓๐๘ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓)

          ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาในการดำเนินงาน ๑๒ เดือน ประกอบด้วยการดำเนินการหลายขั้นตอน/กิจกรรม ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการมาจนใกล้จะเสร็จสิ้นโครงการ โดยได้หลักสูตรฝึกอบรมวิทยากร และหลักสูตรเผยแพร่หลักการและการปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีแล้วแล้ว และในครั้งนี้เป็นการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชน รวมทั้งอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน ฯ ตลอดจนการกระทำที่เป็นการทรมาน และการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี โดยหลังจากกิจกรรมการอบรมในครั้งนี้ จะได้มีการจัดประชุมผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงความพร้อมของกระทรวงยุติธรรมในการสนับสนุนการเผยแพร่อนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ และส่งเสริมให้บรรจุแผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ไว้ในหลักสูตรการฝึกอบรมของหน่วยงาน ต่อไป

          ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้มีหลายประการ ดังนี้

          (๑) จะได้หลักสูตรฝึกอบรมวิทยากร และหลักสูตรเผยแพร่หลักการและการปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel Inhuman or Degrading Treatment or Punishment – CAT) พร้อมชุดฝึกอบรมและสื่อประกอบการฝึกอบรมสำเร็จรูปที่ทันสมัย ทั้งสื่อประเภทสิ่งพิมพ์ สื่ออิเลคทรอนิกส์ และสื่ออื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้หน่วยงานนำไปเผยแพร่ รวมทั้งใช้ในการฝึกอบรมได้โดยสะดวก และง่ายต่อการทำความเข้าใจ

          (๒) จะได้วิทยากรประจำหน่วยงานซึ่งมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ เพื่อที่จะได้ไปเผยแพร่ต่อในหน่วยงาน ที่สอดคล้องกับแนวทางการจัดทำรายงานประเทศ ซึ่งออกโดยองค์การสหประชาชาติ

          (๓) หลักสูตรเผยแพร่หลักการและการปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี จะได้รับการบรรจุไว้ในหลักสูตรการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ

          (๔) เจ้าหน้าที่ภาครัฐจะมีความรู้ความเข้าใจในหลักการ และปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การร้องเรียนกรณีการถูกกระทำทรมานโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐลดลง

          (๕) ภาพลักษณ์ของประเทศทางด้านสิทธิมนุษยชนจะได้รับการยกระดับให้สูงขึ้นจากเวทีระหว่างประเทศ และสามารถเป็นผู้นำด้านสิทธิมนุษยชนได้ในเวทีอาเซียน

 

********************************

กลุ่มงานสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๕/อุษา/ข่าว