Print
Parent Category: สำนักงานเลขานุการกรม
Hits: 1389

 

   

          เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๗  ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ฯพณฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายพงศ์เทพ  เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมนำสันติสุขสู่ประชาคมอาเซียนและมี พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๓ สถาบันพระปกเกล้า และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

จัดเวทีเสริมสร้างสังคมสันติสุขรองรับประชาคมอาเซียน ในหัวข้อประชาคมและวัฒนธรรมนำสันติสุขสู่ประชาคมอาเซียนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนรวมทั้งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงแนวทางการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทยภายใต้การเปลี่ยนแปลงของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในมิติประชาสังคมและวัฒนธรรม โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย สถานทูตในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนประจำประเทศไทย       ผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทั้งสิ้นประมาณ ๔๐๐ คน

          สืบเนื่องจาก การที่ประชาคมอาเซียนจะรวมตัวกันอย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ.๒๕๕๘ โดยเน้นความร่วมมือใน ๓ ประเด็นหลัก คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและวัฒนธรรม ทั้งนี้ ประชาคมด้านสังคมและวัฒนธรรม จะเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ด้วยความมุ่งหวังให้ประชาคมอาเซียน เป็นสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปันกัน มีอัตลักษณ์เป็นหนึ่งเดียวกัน ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ อยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขและสมานฉันท์ และมีการพัฒนาในทุกด้าน นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะหน่วยงานหลักผู้รับผิดชอบงานด้านส่งเสริม คุ้มครอง และสร้างหลักประกันด้านสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามแนวทางสันติวิธี และยึดมั่นระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล จึงได้มีการจัดสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น

          นอกจากนี้ ในการจัดสัมมนาดังกล่าว ยังมีปาฐกถาพิเศษ เรื่องภาพอนาคตของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน: ความฝันการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขโดย นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หัวข้อเล่าสู่กันฟัง การเตรียมพร้อมของประชาคมสังคมของแต่ละประเทศอาเซียน” โดยเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ดำเนินรายการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปราณี  ทิพยรัตน์ การอภิปรายเรื่อง อัตลักษณ์อาเซียนและการดำรงอยู่ร่วมกันภายใต้ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรมโดยวิทยากร อาทิ พระศรีคัมภีรญาณ รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ส.ศิวรักษ์         (นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์) นักวิชาการอิสระ และนางเตือนใจ ดีเทศน์ ดำเนินรายการโดย คุณภัทร  จึงกานต์กุล และการอภิปรายเรื่องผลกระทบทางสังคมวัฒนธรรมต่อประเทศไทยในการเป็นประชาคมอาเซียน รวมทั้งโอกาสและความท้าทายของสามจังหวัดชายแดนใต้ในสังคมอาเซียนโดยวิทยากร ดร.วีรศักดิ์  โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีต ผอ.สถาบันระหว่างประเทศการค้าและการพัฒนา พันตำรวจเอกทวี  สอดส่องเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) และนายอัฮหมัดสมบูรณ์  บัวหลวง  นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการโดย คุณไอริณ  ดำรงมงคลกุล นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวศันสนีย์  นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความคิดเห็นและปิดการสัมมนาในครั้งนี้

          อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า การสัมมนาเรื่อง ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมนำสันติสุขสู่ประชาสังคมอาเซียนมุ่งเน้นความร่วมมือใน ๓ ประเด็นหลัก คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคมและวัฒนธรรม โดยประชาคมด้านสังคมและวัฒนธรรมจะเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศ ต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ด้วยความมุ่งหวังให้ประชาคมอาเซียนเป็นสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน มีอัตลักษณ์เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขและสมานฉันท์ และมีการพัฒนาในทุกด้าน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนให้กับทุกภาคส่วน กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบงานด้านการส่งเสริม คุ้มครอง  และสร้างหลักประกันด้านสิทธิและเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามแนวสันติวิธีและยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จึงร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า โดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๓ และคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ         จัดโครงการสัมมนาดังกล่าวขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านสังคม วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของอาเซียน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมานฉันท์ สันติสุข และยั่งยืน

          รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ ประชาคมอาเซียนกำลังจะจัดตั้งอย่างเต็มรูปแบบโดยมีความมุ่งหมายที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคให้มีมาตรฐานที่ดี เพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนมีความแข็งแกร่ง  ซึ่งในการพัฒนาประชาคมอาเซียนนอกเหนือจากประเทศไทยที่ได้มีบทบาทอย่างสูงในการร่วมวางแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงแล้ว ประเทศไทยยังมีภารกิจสำคัญที่จะต้องช่วยกันสร้างประชาคมทางสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนที่เรียกย่อ ๆ กันว่า ASCC หรือ ASEAN Socio-Cultural Community ให้เกิดขึ้นอีกด้วย กล่าวคือ แต่ละประเทศจะต้องช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร ต้องช่วยกันพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมความเป็นธรรมทางสังคมและลดช่องว่างจากการพัฒนา รวมทั้งจะต้องสร้างระบบการคุ้มครองความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังต้องสร้างความแข็งแกร่งทางคุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมของภูมิภาค ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดถือเป็นภารกิจที่มีความท้าทายสำหรับรัฐบาลทุกประเทศ และสำหรับประชาชนกว่า ๖๐๐ ล้านคนในภูมิภาคของเราที่ต้องร่วมกันค้นหาและสร้างอัตลักษณ์ความเป็นอาเซียน โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันจุดประกายให้สังคมไทย เกิดความตื่นตัวในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงคู่ขนานไปกับภูมิภาคอื่นของโลกต่อไป

*********************************

 

กลุ่มงานสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๕

อุษา/ข่าว