กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

159

เมื่อวันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องประชุมสว่างกมล กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชั้น ๓ คณะกรรมการบริหาร สภาเกษตรกรพื้นที่จังหวัดลำพูนเข้าพบ นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพื่อหารือการทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนภารกิจคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ โดยภาคประชาชน โดยมี นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมการระงับข้อพิพาท นางสาวจิฬาภรณ์ ตามชู ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ และผู้แทนกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท เข้าร่วม

           สำหรับการเข้าพบในครั้งนี้ มีประเด็นดังนี้ 

           ๑.คณะกรรมการบริหารฯ เล่าถึงประสบการณ์การช่วยเหลือหนี้สินเกษตรกรที่มีการพิพาทกันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ (เกษตรกร) ที่อยากเชื่อมการทำงานกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

           ๒.อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวถึงส่วนนโยบายและภารกิจของกรมฯ ที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนการทำงานของภาคประชาชนผ่านคลินิกยุติธรรม ทั้งให้ความรู้ทางกฎหมาย รับเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน เยียวยา คุ้มครองพยาน และประสานส่งต่อการช่วยเหลือครบวงจร รวมถึงเชิญชวนให้สมัครเป็นอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อมาร่วมกันทำงานให้กับประชาชนที่เดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรม         

           ๓. มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมการระงับข้อพิพาท และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่ในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๐ เพื่อตรวจเยี่ยมศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท เตรียมความพร้อม และดูความเข้มแข็งของจังหวัดลำพูนในการส่งเสริมการนำบริการคลินิกยุติธรรมสู่ศูนย์ฯ พร้อมทั้งพิจารณา เลือกจังหวัดต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนด้วย

          ทั้งนี้ สภาเกษตรกรมีเครือข่ายที่เข้มแข็งในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ที่สามารถประสานงานและทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ยุติธรรมจังหวัด ได้เป็นอย่างดี โดยจะเสนอจังหวัดเข้มแข็ง ที่กรมฯ จะนำร่องจังหวัดต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนมาให้กรมฯ พิจารณาด้วย เช่น พะเยา มหาสารคาม เป็นต้น โดยได้นำกรอบแนวทางองค์กรต้นแบบแจ้งให้ทราบ ซึ่งภาคประชาชนมีส่วนสำคัญที่ทำงานจิตอาสาช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรมที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และจะเป็นกระบอกเสียงเผยแพร่ให้กับรัฐในการทำงานได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างความเป็นธรรม เข้าถึงพื้นที่ในทุกระดับ

******************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ /มนัส-ภาพ/อุษา-ข่าว