กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

94

           วันนี้ (วันพุธที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๙) เวลา ๑๐.๓๐ น. ณ ห้องประชุมอธิบดี ชั้น ๒ กรมราชทัณฑ์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ กำหนดแนวทางในการแจ้งสิทธิแก่จำเลยในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยมี นางจันทร์ชม จินตยานนท์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีธนกร สถานานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา และคณะ ร่วมกับ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมกำหนดแนวทางปฏิบัติในการแจ้งสิทธิแก่จำเลยในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติฯ ฉบับดังกล่าว

           สืบเนื่องจากที่ผ่านมา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ เป็นพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ โดยมีสาระสำคัญประการหนึ่ง คือ

           - มาตรา ๖/๑ วรรค ๒ บัญญัติดังนี้ กล่าวคือ “ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์และศาลมีคำสั่งอนุญาต ให้ถอนฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษายกฟ้องและจำเลยถูกคุมขังอยู่ ให้เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปล่อยตัวจำเลยในคดีดังกล่าวแจ้งให้จำเลยทราบถึงสิทธิการได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องหรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติฯ นี้

           - มาตรา ๖/๑ วรรค ๓ กล่าวคือ “เมื่อได้มีการแจ้งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว ให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปล่อยตัวจำเลย บันทึกรายละเอียดการแจ้งนั้นไว้ในสำนวนคดีหรือทะเบียนประวัติของจำเลยซึ่งตนรับผิดชอบด้วยแล้วแต่กรณี”

           รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ.๒๕๕๗ กรมราชทัณฑ์และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้จัดทำบันทึกความร่วมมือขึ้น เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗ โดยมีเจตนาร่วมกันให้จำเลย ได้ทราบถึงสิทธิอันจะเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของจำเลยและส่งเสริมให้มีการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ได้อย่างทั่วถึงและให้จำเลยได้ทราบถึงสิทธิของตน

           โดยภายหลังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกับกรมราชทัณฑ์ได้ทำบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการแจ้งสิทธิ ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ และได้มี คำสั่งกระทรวงยุติธรรม ที่ ๔๕/๒๕๕๙ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการแจ้งสิทธิแก่จำเลยในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัตินี้ ต่อมาได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติฯ นี้ในวันนี้จึงได้มีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกัน ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยขอความร่วมมือกรมราชทัณฑ์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ปล่อยตัว แจ้งสิทธิการขอรับค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาฯ ที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ และถูกคุมขังในระหว่างพิจารณาคดี และต่อมาปรากฏหลักฐานชัดว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องหรือมีคำพิพากษาถึงที่สุด ว่าจำเลยมิได้กระทำผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด เพื่อเป็นช่องทางในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ตกเป็นจำเลย ทั้งนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงสิทธิให้มากยิ่งขึ้น

*******************************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ /มนัส-ภาพ/วรวุฒิ-ข่าว