กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

 

              เมื่อวันอังคารที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ ห้องประชุมกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชั้น ๓  ศูนย์ราชการฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้รับการประสานขอความร่วมมือจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพื่อขอชี้แจงให้ความรู้ความเข้าใจกับเหยื่อผู้เสียหายที่ตกเป็นจำเลยในคดีอาญา จำนวนกว่า ๒๐ราย พร้อมหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย แก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ โดยมี พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธาน และมี ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าร่วม

              อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มีภารกิจในการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ ดังนั้น จึงขอประชาสัมพันธ์ให้เหยื่อผู้เสียหายที่ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาที่จะมีสิทธิรับค่าทดแทน ต้องมีองค์ประกอบ ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ดังนี้

              ๑.เป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ

              ๒.ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี  

              ๓.ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดีหรือปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด  หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดซึ่งหากครบองค์ประกอบตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ดังกล่าว ก็สามารถยื่นคำขอรับค่าทดแทนได้ภายในระยะเวลา ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องเพราะปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำผิดหรือวันที่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นการยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำผิด หรือการกระทำผิดของจำเลยไม่เป็นความผิด ก็สามารถมายื่นขอความช่วยเหลือได้ที่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม (สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลย ในคดีอาญา) ชั้น ๒ ศูนย์ราชการฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ หรือ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ หรือ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพภาค ๑-๔ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เยียวยาเหยื่ออาชญากรรม โทร. ๐๘๙–๙๖๗–๓๔๐๓ หรือ สายด่วน ๑๑๑๑ กด ๗๗

 

*************************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๗/มนตรี-ภาพ/ข่าว