กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

 

 

 

 

  

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม โดย กองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท จัดประชุมเชิงปฏิบัติการตามโครงการ สื่ออย่างไรคุ้มครองคนไทยให้เป็นธรรม ภายใต้บทบาทภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ให้กับสื่อมวลชนและพนักงานสอบสวนในส่วนภูมิภาค มุ่งหวังให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพและสามารถถ่ายทอดให้กับประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์ลดความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด (ยกธงขาว)

          เมื่อวันอังคารที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องมงกุฎเพชร โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น นายไพฑูรย์ สว่างกมล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานในพิธีเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการตามโครงการ สื่ออย่างไรคุ้มครองคนไทยให้เป็นธรรม โดยมี นายวรากร โสมนะพันธุ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้และมีความตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพของตนเองตามรัฐธรรมนูญ เคารพสิทธิผู้อื่น และสามารถเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม อีกทั้งสร้างความเข้าใจด้านสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่น่าสนใจ สามารถสื่อสารให้ประชาชนทุกระดับรับรู้เข้าใจได้โดยง่าย โดยผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุและอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึงในทุกชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการประกอบด้วย นักสื่อสารมวลชน สังกัดสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยประจำจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผู้สื่อข่าว อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน ทั้งสื่อเสียงตามสายและสื่อวิทยุชุมชนของกรมประชาสัมพันธ์ สื่อท้องถิ่น และพนักงานสอบสวนในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งสิ้นกว่า ๙๐ คน  

สืบเนื่องจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้ทำบันทึกความร่วมมือ ว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพเพื่อประชาชน ระหว่างกรมประชาสัมพันธ์ กับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนและร่วมมือทางด้านวิชาการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนในการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามกฎหมายและเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยการสนับสนุนข้อมูล ข่าวสาร เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งให้การสนับสนุนและความร่วมมือในการจัดทำแผนงาน/โครงการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจและเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพตามกฎหมาย     

ทั้งนี้จากภารกิจความร่วมมือดังกล่าวในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ดังกล่าวในส่วนภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมดังกล่าว ได้แก่ ครั้งที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ จังหวัดสงขลา และครั้งที่ ๓ จังหวัดขอนแก่น

สำหรับภายในงานดังกล่าวจัดให้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ บรรยายพิเศษในหัวข้อ บทบาทภารกิจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและการลดความรุนแรงในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดโดย รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ  การอภิปราย เรื่อง การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชนกับการบูรณาการดำเนินงานด้านการไกล่เกลี่ยฯ กับหน่วยงานภาคี โดย นพ.ดร.บรรพต ต้นธีรวงศ์ ที่ปรึกษาประธานมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และนายรุ่งโรจน์ อาชาเทวัญ กรรมการมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี การจัดกิจกรรมการลดความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด (ยกธงขาว) โดย นายสุรศักดิ์ ศรีสาร หัวหน้ากลุ่มงานสนับสนุนการจัดการความขัดแย้งและระงับข้อพิพาท ๒ และคณะกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และเวทีเสวนาในประเด็น สื่ออย่างไร คุ้มครองคนไทยให้เป็นธรรมโดยได้รับเกียรติจาก ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท นายเสรี จูบุญส่ง ผู้แทนกรมประชาสัมพันธ์ นางสุมาลี สุวรรณกร ผู้แทนสื่อมวลชน นายสมศักดิ์ ศรีมะโฮงนาม ผู้แทนภาคประชาชน ดำเนินรายการโดย นายสุเทพ ทวะลี เข้าร่วมเสวนา  

รองอธิบดีกรมสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าไม่ถึงความยุติธรรม ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือประชาชนที่มีสถานภาพที่ดีกว่า ประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะประเด็นปัญหาเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด ซึ่งเป็นปัญหาที่นับวัน  จะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับความร่วมมือกับทุกฝ่าย จะทำให้เป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไขได้ยาก และจะกลายเป็นปัญหาของสังคมในอนาคต โดยรัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย เน้นในเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และได้มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ส่งผลให้มีกฎหมายลูกหลายฉบับได้ให้ความคุ้มครองเยียวยาผู้ด้อยโอกาส ทั้งจำเลย และผู้เสียหาย เช่น พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ หรือมีการจัดตั้งกองทุนยุติธรรมแต่ในช่วงที่ผ่านมาการคุ้มครองเยียวยาประชาชนผู้ด้อยโอกาสที่ถูกละเมิดสิทธิฯ ยังมีข้อจำกัด ทำให้มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังถูกละเมิดและไม่ได้รับความเป็นธรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทและการละเมิดสิทธิของประชาชนดังกล่าว ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน และสื่อมวลชน (ทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์) ภาคประชาสังคม และเครือข่ายประชาชนผู้มีจิตอาสาซึ่งเป็นบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญในการเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริม ป้องกันเฝ้าระวังปัญหาสนับสนุน คุ้มครอง เยียวยาประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงความยุติธรรมลดความรุนแรงในครอบครัว ชุมชน และสังคม อันจะก่อให้เกิดความสมานฉันท์ สงบสุข ปรองดองในสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเพื่อให้สังคมได้มีความสงบสุขและได้รับความเป็นธรรมอย่างถ้วนหน้า ทั่วถึงและเท่าเทียมกันต่อไป (Justice for all and all for Justice)    

*************************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม/

๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗/จินตนาถ- ภาพ/ข่าว