กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

  

  

  

  

  

   

         เมื่อวันอังคารที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ โรงแรมหาดใหญ่พาราไดส์ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดสงขลา นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ สื่ออย่างไรคุ้มครองคนไทยให้เป็นธรรม พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ บทบาทภารกิจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและการลดความรุนแรงในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดและมี นายวรากร โสมนะพันธุ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.นเรศร์ อินทรพรหม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และนายเชิดชาย ช่วงเสน นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ รักษาการยุติธรรมจังหวัดสงขลา เข้าร่วมงาน โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย นักสื่อสารมวลชน สังกัดสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยประจำจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผู้สื่อข่าว อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน ทั้งสื่อเสียงตามสายและสื่อวิทยุชุมชนของกรมประชาสัมพันธ์ สื่อท้องถิ่น และพนักงานสอบสวนในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา รวมทั้งสิ้นกว่า ๙๐ คน เข้าร่วม

สืบเนื่องจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพเพื่อประชาชน ระหว่างกรมประชาสัมพันธ์ กับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนและร่วมมือทางด้านวิชาการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนในการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามกฎหมายและเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยการสนับสนุนข้อมูลข่าวสาร เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งให้การสนับสนุนความร่วมมือในการจัดทำแผนงาน/โครงการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจ และเข้าถึง สิทธิและเสรีภาพตามกฎหมาย ซึ่งจากภารกิจความร่วมมือดังกล่าวในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ดังกล่าว ครอบคลุม ทั้ง ๔ ภาค ได้แก่ ครั้งที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ จังหวัดสงขลา ครั้งที่ ๓ จังหวัดกาญจนบุรี และครั้งที่ ๔ จังหวัดขอนแก่น  

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้และมีความตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพของตนเองตามรัฐธรรมนูญ เคารพสิทธิผู้อื่น และสามารถเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม อีกทั้งสร้างความเข้าใจด้านสิทธิและเสรีภาพ เพื่อให้สามารถสื่อสารให้กับประชาชนทุกระดับรับรู้และเข้าใจได้โดยง่าย โดยผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุและอินเทอร์เน็ต ได้อย่างทั่วถึงในทุกชุมชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ กิจกรรมลดความรุนแรงในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิด (ยกธงขาว)โดย นายสุรศักดิ์ ศรีสาร หัวหน้ากลุ่มงานสนับสนุนการจัดการความขัดแย้งและระงับ ข้อพิพาท ๒ การอภิปราย เรื่อง การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชนกับการบูรณาการการดำเนินงานด้านการ ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทกับหน่วยงานภาคีโดย นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันการศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และ ดร.สุทธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และเวทีเสวนาในประเด็น สื่ออย่างไร คุ้มครองคนไทยให้เป็นธรรมโดยได้รับเกียรติจาก นายวรากร โสมนะพันธุ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท นายณรงค์ ชื่นนิรันดร์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลา นายบัญชร วิเชียรศรี ผู้แทนสื่อมวลชน และนางเกสร หวานแก้ว ผู้แทนภาคประชาชน ซึ่งดำเนินรายการโดย นายกฤชกรรณ์ชัย บัวดำ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าไม่ถึงความยุติธรรม ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือประชาชนที่มีสถานภาพที่ดีกว่า หรือผู้มีอิทธิพล โดยผู้ประกอบธุรกิจทั้งในประเทศและธุรกิจข้ามชาติ ประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะประเด็นปัญหาเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด ซึ่งเป็นปัญหาที่นับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับความร่วมมือกับทุกฝ่าย จะทำให้เป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไขได้ยาก และจะกลายเป็นปัญหาของสังคมในอนาคต โดยรัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย เน้นในเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และได้มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ส่งผลให้มีกฎหมายลูกหลายฉบับ ได้ให้ความคุ้มครองเยียวยาผู้ด้อยโอกาส ทั้งจำเลย และผู้เสียหาย เช่น พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ หรือมีการจัดตั้งกองทุนยุติธรรมแต่ในช่วงที่ผ่านมาการคุ้มครองเยียวยาประชาชนผู้ด้อยโอกาสที่ถูกละเมิดสิทธิฯ ยังมีข้อจำกัด ทำให้มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังถูกละเมิดและไม่ได้รับความเป็นธรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทและการละเมิดสิทธิของประชาชนดังกล่าว ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐ เพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน และสื่อมวลชน (ทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์) ภาคประชาสังคม และเครือข่ายประชาชนผู้มีจิตอาสา ซึ่งเป็นบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญในการเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริม ป้องกัน เฝ้าระวังปัญหาสนับสนุนคุ้มครอง เยียวยาประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงความยุติธรรมลดความรุนแรงในครอบครัว ชุมชน และสังคม อันจะก่อให้เกิดความสมานฉันท์ สงบสุข ปรองดองในสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเพื่อให้สังคมได้มีความสงบสุขและได้รับความเป็นธรรมอย่างถ้วนหน้า ทั่วถึงและเท่าเทียมกันต่อไป     (Justice for all and all for Justice)      

 

*************************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๗

อุษา-ภาพ/จินตนาถ-ข่าว