กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

  

  

  

  

  

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม โดย กองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท จัดประชุมเชิงปฏิบัติการตามโครงการ สื่ออย่างไรคุ้มครองคนไทยให้เป็นธรรม ภายใต้บทบาทภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ให้กับสื่อมวลชนและพนักงานสอบสวนในส่วนภูมิภาค ทั้ง ๔ ภาค มุ่งหวังให้มีความรู้     ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพและสามารถถ่ายทอดให้กับประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์ลดความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด (ยกธงขาว)

          เมื่อวันจันทร์ที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ โรงแรมเซ็นทารา ดวงตะวัน เชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานในพิธีเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการตามโครงการสื่ออย่างไรคุ้มครองคนไทยให้เป็นธรรม โดยมี นายวรากร โสมนะพันธุ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ยงยุทธ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ โดยการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้และมีความตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพของตนเองตามรัฐธรรมนูญ เคารพสิทธิผู้อื่นและสามารถเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม อีกทั้งสร้างความเข้าใจด้านสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่น่าสนใจ สามารถสื่อสารให้ประชาชนทุกระดับรับรู้เข้าใจได้โดยง่าย โดยผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุและอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึงในทุกชุมชนทั่วประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการประกอบด้วยนักสื่อสารมวลชน สังกัดสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์  แห่งประเทศไทยประจำจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผู้สื่อข่าว อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน ทั้งสื่อเสียงตามสายและสื่อวิทยุชุมชนของกรมประชาสัมพันธ์ สื่อท้องถิ่น และพนักงานสอบสวนในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งสิ้นกว่า ๙๐ คน    

สืบเนื่องจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้ทำบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพเพื่อประชาชน ระหว่างกรมประชาสัมพันธ์ กับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนและร่วมมือทางด้านวิชาการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนในการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามกฎหมายและเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยการสนับสนุนข้อมูล ข่าวสาร เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งให้การสนับสนุนและความร่วมมือในการจัดทำแผนงาน/โครงการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจ และเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพ    ตามกฎหมาย   

ทั้งนี้จากภารกิจความร่วมมือดังกล่าวในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ดังกล่าวครอบคลุม ทั้ง ๔ ภาค ได้แก่ ครั้งที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ จังหวัดสงขลา ครั้งที่ ๓ จังหวัดกาญจนบุรี และครั้งที่ ๔ จังหวัดขอนแก่น

นอกจากนี้ภายในงานดังกล่าวจัดให้มีกิจกรรม อาทิ บรรยายพิเศษในหัวข้อ บทบาทภารกิจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและการลดความรุนแรงในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดโดย อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชนกับการบูรณาการดำเนินงานด้านการไกล่เกลี่ยฯ กับหน่วยงานภาคี โดย นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี กิจกรรมการลดความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด (ยกธงขาว)” โดย นายสุรศักดิ์ ศรีสาร หัวหน้ากลุ่มงานสนับสนุนการจัดการความขัดแย้งและระงับข้อพิพาท ๒ และคณะ และเวทีเสวนาในประเด็น สื่ออย่างไร คุ้มครองคนไทยให้เป็นธรรมโดยได้รับเกียรติจาก นายไพฑูรย์ สว่างกมล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นางธารทิพย์ ทองงามขำ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ เขต  ๓ นายชัยพินธ์ ขัติยะ หัวหน้าศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นางอัญชลี ศิริ ผู้แทนภาคประชาชน ดำเนินรายการโดย นายวิทิต แสวงศิริผล ผู้สื่อข่าวกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมเสวนา

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าไม่ถึงความยุติธรรม ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือประชาชนที่มีสถานภาพที่ดีกว่า หรือผู้มีอิทธิพล โดยผู้ประกอบธุรกิจทั้งในประเทศและธุรกิจข้ามชาติ ประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะประเด็นปัญหาเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด ซึ่งเป็นปัญหาที่นับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับความร่วมมือกับทุกฝ่าย จะทำให้เป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไขได้ยาก และจะกลายเป็นปัญหาของสังคมในอนาคต โดยรัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย เน้นในเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และได้มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ส่งผลให้มีกฎหมายลูกหลายฉบับ ได้ให้ความคุ้มครองเยียวยาผู้ด้อยโอกาส ทั้งจำเลย และผู้เสียหาย เช่น พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ หรือมีการจัดตั้งกองทุนยุติธรรมแต่ในช่วงที่ผ่านมาการคุ้มครองเยียวยาประชาชนผู้ด้อยโอกาสที่ถูกละเมิดสิทธิฯ ยังมีข้อจำกัดทำให้มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังถูกละเมิดและไม่ได้รับความเป็นธรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทและการละเมิดสิทธิของประชาชนดังกล่าว ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน และสื่อมวลชน (ทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์) ภาคประชาสังคม และเครือข่ายประชาชนผู้มีจิตอาสา ซึ่งเป็นบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญในการเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริม ป้องกัน เฝ้าระวังปัญหาสนับสนุน คุ้มครอง เยียวยาประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงความยุติธรรมลดความรุนแรงในครอบครัว ชุมชน และสังคมอันจะก่อให้เกิดความสมานฉันท์ สงบสุข ปรองดองในสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเพื่อให้สังคมได้มีความสงบสุขและได้รับความเป็นธรรมอย่างถ้วนหน้า ทั่วถึงและเท่าเทียมกันต่อไป (Justice for all and all for Justice)    

 

*************************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๗

 

จินตนาถ- ภาพ/ข่าว