กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

  

เมื่อวันจันทร์ที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๗  ณ ห้องทุ่งศรีเมือง ๒  โรงแรมเซ็นทารา คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อ.เมือง จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์  เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา เรื่อง “ประเทศไทย : พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ ๒” ซึ่งการจัดสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพันธกรณีต่างๆ ภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน และสร้างความตระหนักเรื่องพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนจะช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งจะได้นำหลักการตามสนธิสัญญาฯ    ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ                                 

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี อาทิ ศาลจังหวัด สำนักงานอัยการจังหวัด ส่วนกระบวนการยุติธรรม ส่วนปกครอง นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ประมาณ ๒๐๐ คน และได้รับเกียรติจากวิทยากรบรรยายให้ความรู้ อาทิ นายอุทัย อาทิเวช ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ปฏิบัติราชการในหน้าที่อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปกป้อง ศรีสนิท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณวีรวิชญ์ เธียรชัยนันท์ ผู้อำนวยการมูลนิธิไทยเพื่อคนมีปัญหาสิทธิและสถานบุคคล รวมทั้ง นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ เป็นผู้ดำเนินรายการในการสัมมนาในครั้งนี้

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า การสัมมนาในวันนี้จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๘๒ ได้ระบุหน้าที่ของรัฐว่าจะต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี

ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นภาคสนธิสัญญาหลักระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน จำนวน ๗ ฉบับ จากจำนวนทั้งสิ้น ๙ ฉบับ ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีแล้ว ๓ ฉบับ ได้แก่

๑) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR)

๒) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination: CERD) และ

๓) อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม   หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: CAT)  

รวมทั้งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการพิจารณาเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of Al Persons from Enforced Disappearance :CED) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าเป็นภาคีในโอกาสต่อไป

ที่ผ่านมา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ปฏิบัติตามพันธกรณีโดยดำเนินการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ให้ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนได้รับรู้รับทราบ ผ่านการอบรมหลักสูตรสิทธิมนุษยชน รวมทั้งได้เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี การถอนคำแถลงตีความเพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ รวมทั้งการจัดทำรายงานประเทศตามพันธกรณีภายใต้สนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนทั้ง ๓ ฉบับ สิ่งเหล่านี้เป็นพันธกรณีที่เราต้องส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกท่านมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และพันธกรณีต่างๆที่ต้องปฏิบัติตาม เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสิทธิต่างๆโดยเท่าเทียมกัน และทุกหน่วยงานก็มีความพยายามที่จะ ปรับปรุง แก้ไข กลไก รวมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับสนธิสัญญาหลักระหว่างประเทศ ด้านสิทธิมนุษยชน  แม้ว่าจะยังพบว่ามีข้อท้าทายที่ทำให้ยังพบปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ อาทิ การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานด้วยความล่าช้า เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ การขาดกลไกเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้ หวังว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านจะได้รับความรู้เกี่ยวกับสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี และพันธกรณีต่างๆที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกท่านสามารถปรับใช้ในการปฏิบัติงานบริการให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ต่อไป

*************************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๔ มีนาคม ๒๕๕๗/วรวุฒิ ข่าว