กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "สังคมรู้หน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม" Vision “To respect and protect human rights, as well as promote social responsibility.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

 

เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗  ณ ห้องเชียงรุ้ง  โรงแรมเวียงอินทร์ อ.เมือง จ.เชียงราย  พ.ต.อ. ดร. ณรัชต์  เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา เรื่อง “ประเทศไทย : พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ ๑”  ซึ่งการจัดสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพันธกรณีต่างๆ ภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน และสร้างความตระหนักเรื่องพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนจะช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งจะได้นำหลักการตามสนธิสัญญาฯ ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

ปัจจุบันประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน รวม ๗ ฉบับ จากสนธิสัญญาหลัก ๙ ฉบับ และอยู่ในความรับผิดชอบการดำเนินงานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จำนวน ๔ ฉบับ ได้แก่ ๑. กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ๒. อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ ๓. อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี และ ๔. อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย อาทิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ศาลจังหวัด อัยการจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ในพื้นที่จังหวัด เจ้าหน้าที่เทศบาลต่าง ๆ หน่วยงานสังกัดกระทรวงยุติธรรม จำนวนประมาณ ๒๐๐ คน และได้รับเกียรติจากวิทยากรบรรยายให้ความรู้ อาทิ ศาสตราจารย์พิเศษกุลพล พลวัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชัย  ศรีรัตน์ และนางสีน้อย เกษมสันต์ ณ อยุธยา อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว รวมทั้ง นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้ดำเนินรายการในการสัมมนาในครั้งนี้

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า การสัมมนาในวันนี้จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๘๒ ได้ระบุหน้าที่ของรัฐว่าจะต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี

ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นภาคสนธิสัญญาหลักระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน จำนวน ๗ ฉบับ จากจำนวนทั้งสิ้น ๙ ฉบับ ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีแล้ว ๓ ฉบับ ได้แก่

๑) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR)

๒) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination: CERD) และ

๓) อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: CAT)  

รวมทั้งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการพิจารณาเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of Al Persons from Enforced Disappearance :CED) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าเป็นภาคีในโอกาสต่อไป

ที่ผ่านมา  กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ปฏิบัติตามพันธกรณีโดยดำเนินการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ให้ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนได้รับรู้รับทราบ ผ่านการอบรม สัมมนา และจัดทำหลักสูตรสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นเรื่องซ้ำๆ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้เป็นพันธกรณีที่เราต้องส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกท่านมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และพันธกรณีต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติตาม เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสิทธิต่างๆ โดยเท่าเทียมกัน และทุกหน่วยงานก็มีความพยายามที่จะปรับปรุง แก้ไข กลไก รวมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับสนธิสัญญาหลักระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน  แม้ว่าจะยังพบว่ามีข้อท้าทายที่ทำให้ยังพบปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ อาทิเช่น การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานด้วยความล่าช้า เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ การขาดกลไก เครื่องมือในการปฏิบัติงาน เป็นต้น

*************************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

กองส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ - ภาพ/วรวุฒิ - ข่าว