Print
Parent Category: สำนักงานเลขานุการกรม
Hits: 1169

30

เมื่อวันพุธที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐ (Policy Implementation towards MOJ ๔.๐) โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้นกว่า ๘๐๐ คน เข้าร่วม

จากสถานการณ์ในการบริหารภาครัฐของประเทศในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้มีการเปลี่ยนแปลงกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะรัฐบาลได้จัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ และการประกาศใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ นอกจากนี้ ทิศทางของ Thailand ๔.๐  ได้มุ่งเน้นด้านนวัตกรรม (Innovation) ทุนมนุษย์ (Human Capital) และดิจิทัล (Digital) เป็นต้น ซึ่งเป็นจุดเน้นที่กระทรวงยุติธรรมจำเป็นต้องนำไปใช้เป็นกรอบในการพัฒนาประเทศและกระทรวงยุติธรรมด้วยความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมจึงจัดการประชุมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงยุติธรรมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ (Policy Implementation towards MOJ ๔.๐) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศใช้แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงยุติธรรมให้กับผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลางทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคได้รับรู้และเข้าใจวัตถุประสงค์และเป้าหมายการดำเนินงานกระทรวงยุติธรรมอันจะช่วยกำหนดแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรมที่จะส่งมอบบริการและการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นโยบายสำคัญของกระทรวงยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ แบ่งออกเป็น

๑. ด้านการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

    ๑.๑ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

สร้างระบบการช่วยเหลือทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยบูรณาการการทั้งมิติระหว่างกระทรวง และมิติภายในกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับศูนย์ยุติธรรมชุมชน และกองทุนยุติธรรม และพัฒนาเป็นศูนย์กลางเรื่องสิทธิมนุษยชนของประเทศ เป็นที่พึ่งของประชาชน

    ๑.๒ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม

พัฒนาศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการให้บริการและความช่วยเหลือด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมระดับชุมชน และนำข้อเสนอหรือร้องเรียน ร้องทุกข์เข้าสู่ส่วนกลาง

เน้นเรื่องกองทุนยุติธรรม เน้นให้ประชาชนที่อยู่ในขอบข่ายการได้รับความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เช่น การขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย เป็นต้น

    ๑.๓ กรมบังคับคดี

มุ่งเน้นการแก้ไขฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ และช่วยเหลือกลุ่มแรงงานในกิจการเหล่านั้น ซึ่งกิจการ SME (แรงงาน ๑๒ ล้านคน) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยมีมูลค่าเป็นร้อยละ ๔๓ ของ GDP

๒. ด้านการสร้างความปลอดภัยในสังคม

    ๒.๑ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

เน้นโครงการปรับปรุงศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ให้มีความหลากหลายในการดูแลเด็กและเยาวชน โดยทำเป็นโครงการนำร่อง (Project Pilot) ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นการปฏิรูปสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของประเทศ

ส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพและความสามารถของเด็กและเยาวชน และให้เชื่อมโยงกับการขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ โดยผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

    ๒.๒ กรมราชทัณฑ์

ผลักดันโครงการส่งผู้ต้องขังไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ

ผลักดันโครงการทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริกและเรือนจำโครงสร้างเบาอีก ๗ แห่ง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

    ๒.๓ กรมคุมประพฤติ

กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมราชทัณฑ์พัฒนาระบบบ้านกึ่งวิถี เพื่อรองรับการพ้นโทษ หรือพ้นการคุมประพฤติ

จัดระบบอาสาสมัครคุมประพฤติให้มีประสิทธิภาพ

๓. ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

    ๓.๑ สำนักงาน ป.ป.ส.

๓.๑.๑ การแก้ไขปัญหายาเสพติดภายนอกประเทศ

ให้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดบริเวณสามเหลี่ยมทองคำเพื่อให้อาเซียนยอมรับ

๓.๑.๒ การแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศ

การแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศให้ปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานจากการปราบปราม จับกุมยาเสพติด ไปเป็นการบูรณาการภาคส่วนต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่านกลไก ศูนย์จังหวัดและศูนย์อำเภอ (ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศป.ปส.จ.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอ (ศป.ปส.อ.)

การถ่ายโอนภารกิจการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด ให้สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าของเรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้านการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดไปให้กระทรวงสาธารณสุข

๔. ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ

    ๔.๑ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

สร้างพนักงานสอบสวนคดีพิเศษรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในแต่ละสาขาของ คดีพิเศษ โดยเฉพาะสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน เช่น การเงินการธนาคาร และตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น และพัฒนาระบบการทำงานโดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล

    ๔.๒ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมเป็นศูนย์กลางนิติวิทยาศาสตร์ของประเทศ โดยมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งในกรอบของเอเชียและอาเซียน รวมถึงเข้าร่วมการพัฒนา ฝึกอบรมนิติวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ การสื่อสารทำความเข้าใจในภาคีเครือข่าย เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เป็นต้น

๕. ด้านการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

    ๕.๑ สำนักงานกิจการยุติธรรม

ให้ติดตามการปรับปรุงร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (จะประกาศใช้ปลายปี              พ.ศ. ๒๕๕๙) แบ่งเป็น ๒ มิติ ทั้งมิติภาพรวมของกระทรวงต่าง ๆ และมิติที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม

    ๕.๒ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)

สร้างความเชื่อมโยงงานสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กระบวนการยุติธรรม และ                  งานกระทรวงยุติธรรม เพื่อขับเคลื่อนกระทรวงยุติธรรมไปสู่สากล

    ๕.๓ สถาบันอนุญาโตตุลาการ

ให้สถาบันอนุญาโตตุลาการดำเนินการพัฒนาระบบการบริหารจัดการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ โดยเฉพาะเรื่องบุคคลที่เข้ามาเป็นอนุญาโตตุลาการ ทั้งคุณสมบัติ และกระบวนการสรรหา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าว จะเป็นกลไกในการผลักดันงานยุติธรรมให้สามารถตอบสนองความต้องการในการให้บริการและช่วยเหลือด้านกฎหมายและความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตลอดจนสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของทิศทางการพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นการพลิกโฉมของกระทรวงยุติธรรมจาก ยุติธรรมรั้วเดียวกันไปสู่สังคมยุติธรรมที่ยั่งยืน

******************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม


๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ /อุษา-ภาพ/ข่าว

เมื่อวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2559 เวลา 09.30 น. ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 (Policy Implementation towards MOJ 4.0) โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร                   กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้นกว่า 800 คน เข้าร่วม

จากสถานการณ์ในการบริหารภาครัฐของประเทศในปี พ.ศ. 2559 ได้มีการเปลี่ยนแปลงกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะรัฐบาลได้จัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2560 - 2579 และการประกาศใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 - 2564 นอกจากนี้ ทิศทางของ Thailand 4.0  ได้มุ่งเน้นด้านนวัตกรรม (Innovation) ทุนมนุษย์ (Human Capital) และดิจิทัล (Digital) เป็นต้น ซึ่งเป็นจุดเน้น             ที่กระทรวงยุติธรรมจำเป็นต้องนำไปใช้เป็นกรอบในการพัฒนาประเทศและกระทรวงยุติธรรม                               ด้วยความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมจึงจัดการประชุมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงยุติธรรม                             ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 (Policy Implementation towards MOJ 4.0) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทาง                  การปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศใช้แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงยุติธรรมให้กับผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลางทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคได้รับรู้และเข้าใจวัตถุประสงค์และเป้าหมายการดำเนินงานกระทรวงยุติธรรม อันจะช่วยกำหนดแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรมที่จะส่งมอบบริการและการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

/รัฐมนตรี...

 

-๒-

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นโยบายสำคัญของกระทรวงยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 แบ่งออกเป็น

1. ด้านการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

    1.1 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

สร้างระบบการช่วยเหลือทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยบูรณาการการทั้งมิติระหว่างกระทรวง และมิติภายในกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับศูนย์ยุติธรรมชุมชน และกองทุนยุติธรรม และพัฒนาเป็นศูนย์กลางเรื่องสิทธิมนุษยชนของประเทศ เป็นที่พึ่งของประชาชน

    1.2 สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม

พัฒนาศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการให้บริการและความช่วยเหลือด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมระดับชุมชน และนำข้อเสนอหรือร้องเรียน ร้องทุกข์เข้าสู่ส่วนกลาง

เน้นเรื่องกองทุนยุติธรรม เน้นให้ประชาชนที่อยู่ในขอบข่ายการได้รับความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เช่น การขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย เป็นต้น

    1.3 กรมบังคับคดี

มุ่งเน้นการแก้ไขฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ และช่วยเหลือกลุ่มแรงงานในกิจการเหล่านั้น ซึ่งกิจการ SME (แรงงาน 12 ล้านคน) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยมีมูลค่าเป็นร้อยละ 43 ของ GDP

2. ด้านการสร้างความปลอดภัยในสังคม

    2.1 กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

เน้นโครงการปรับปรุงศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ให้มีความหลากหลายในการดูแลเด็กและเยาวชน โดยทำเป็นโครงการนำร่อง (Project Pilot) ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นการปฏิรูปสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของประเทศ

ส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพและความสามารถของเด็กและเยาวชน และให้เชื่อมโยงกับการขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ โดยผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

    2.2 กรมราชทัณฑ์

ผลักดันโครงการส่งผู้ต้องขังไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ

ผลักดันโครงการทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริกและเรือนจำโครงสร้างเบาอีก 7 แห่ง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

    2.3 กรมคุมประพฤติ

กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมราชทัณฑ์พัฒนาระบบบ้านกึ่งวิถี เพื่อรองรับการพ้นโทษ หรือพ้นการคุมประพฤติ

จัดระบบอาสาสมัครคุมประพฤติให้มีประสิทธิภาพ

3. ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

    3.1 สำนักงาน ป.ป.ส.

3.1.1 การแก้ไขปัญหายาเสพติดภายนอกประเทศ

ให้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดบริเวณสามเหลี่ยมทองคำเพื่อให้อาเซียนยอมรับ

3.1.2 การแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศ

การแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศให้ปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานจากการปราบปราม จับกุมยาเสพติด ไปเป็นการบูรณาการภาคส่วนต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่านกลไก ศูนย์จังหวัดและศูนย์อำเภอ (ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศป.ปส.จ.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอ (ศป.ปส.อ.)

/การถ่ายโอน...

 

-๓-

การถ่ายโอนภารกิจการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด ให้สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าของเรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้านการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดไปให้กระทรวงสาธารณสุข

4. ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ

    4.1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ

สร้างพนักงานสอบสวนคดีพิเศษรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในแต่ละสาขาของ คดีพิเศษ โดยเฉพาะสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน เช่น การเงินการธนาคาร และตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น และพัฒนาระบบการทำงานโดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล

    4.2 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมเป็นศูนย์กลางนิติวิทยาศาสตร์ของประเทศ โดยมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งในกรอบของเอเชียและอาเซียน รวมถึงเข้าร่วมการพัฒนา ฝึกอบรมนิติวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ การสื่อสารทำความเข้าใจในภาคีเครือข่าย เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เป็นต้น

5. ด้านการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

    5.1 สำนักงานกิจการยุติธรรม

ให้ติดตามการปรับปรุงร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (จะประกาศใช้ปลายปี              พ.ศ. 2559) แบ่งเป็น 2 มิติ ทั้งมิติภาพรวมของกระทรวงต่าง ๆ และมิติที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม

    5.2 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)

สร้างความเชื่อมโยงงานสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กระบวนการยุติธรรม และ                  งานกระทรวงยุติธรรม เพื่อขับเคลื่อนกระทรวงยุติธรรมไปสู่สากล

    5.3 สถาบันอนุญาโตตุลาการ

ให้สถาบันอนุญาโตตุลาการดำเนินการพัฒนาระบบการบริหารจัดการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ โดยเฉพาะเรื่องบุคคลที่เข้ามาเป็นอนุญาโตตุลาการ ทั้งคุณสมบัติ และกระบวนการสรรหา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าว จะเป็นกลไกในการผลักดันงานยุติธรรมให้สามารถตอบสนองความต้องการในการให้บริการและช่วยเหลือด้านกฎหมายและความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตลอดจนสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของทิศทางการพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นการพลิกโฉมของกระทรวงยุติธรรมจาก ยุติธรรมรั้วเดียวกันไปสู่สังคมยุติธรรมที่ยั่งยืน

******************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

2๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ /อุษา-ภาพ/ข่าว