Print
Parent Category: สำนักงานเลขานุการกรม
Hits: 1344

219

        เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ ห้องเจ้าพระยาบอลรูม โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพ ฯ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด การประชุมระดับภูมิภาคอาเซียนว่าด้วย การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยาน (Southeast Asia Regional Conference on Legal Aid and Witness Protection) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ ๑๙ สิงหาคม และมี นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวรายงาน

สำหรับการจัดการประชุมในครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยานจากผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนจากประเทศสมาชิก อาเซียน พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการและภาคประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนางานด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยานในประเทศไทย พร้อมพิจารณาแนวทางความร่วมมือในการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยานในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยภายในงานจัดให้มีการประชุมในหัวข้อและประเด็นทางวิชาการที่น่าสนใจ ดังนี้

วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๙

•         หัวข้อ การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และการคุ้มครองพยานในภูมิภาคอาเซียน”                  (Legal Aid and Witness Protection in South-East Asia Region) โดยมี ดร. เสรี นนทะสูติ ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และ Ms. Noriko  Shibata Crime Prevention and Criminal Justice Officer  และ รองศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

•         การประชุมกลุ่มย่อย

-         ห้องที่ ๑ ประเด็น การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย (Legal Aid)” โดย ผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ผู้แทนจากประเทศอินโดนิเซีย บรูไน กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ เวียดนามนำเสนอแนวทางในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในประเทศของตน รวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการดำเนินงานในประเทศต่างๆ ผู้ดำเนินรายการ นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

-         ห้องที่ ๒ ประเด็น การคุ้มครองพยาน (Witness Protection)” นำเสนอแนวทางในการคุ้มครองพยานในประเทศของตน รวมทั้งการนำเสนอภาพรวมการคุ้มครองพยานในประเทศไทย รวมทั้ง ผลการศึกษาวิจัยแนวทางการคุ้มครองพยานข้ามพรมแดน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาการดำเนินงานในประเทศต่าง ๆ โดย ผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ บรูไน อินโดนิเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย นำโดย นายไพฑูรย์ สว่างกมล ที่ปรึกษาสำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ ดร. น้ำแท้ บุญมีสล้าง อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ดำเนินรายการ นางสุนารี เมดดราลา เจ้าหน้าที่ล่ามแปลสถาบันระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า หลักการและแนวปฏิบัติแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านกฎหมายในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เป็นหลักการสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศต่างๆ นำไปใช้กำหนดแนวทางในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชนได้ในทุกมิติ สำหรับการกำหนดนโยบายและบัญญัติกฎหมายภายในประเทศไทยนั้น ได้นำหลักการสิทธิมนุษยชนสากลมาพิจารณาประกอบกับบริบทของประเทศเสมอ โดยนโยบายในการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่จัดบริการเพื่อให้ความช่วยเหลือ คุ้มครอง และเยียวยาแก่ประชาชน ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพถือเป็นหนึ่งในองค์กรหลักที่มีภารกิจในการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองประชาชน โดยด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายจะครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง คือการให้ความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนแก่ประชาชน กลางทาง คือ การคุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เช่น การประกันตัว และการช่วยเหลือทางคดีผ่านทางกองทุนยุติธรรม และปลายทาง คือ เยียวยาผู้เสียหาย หรือ เหยื่อในคดีอาชญากรรม โดยมีการกระจายอำนาจไปยังระดับภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน สำหรับด้านการคุ้มครองพยานนั้น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยสำนักงานคุ้มครองพยาน เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งเป็นการที่รัฐรับรองหลักประกันความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นระบบ  ทั้งนี้           ล่าสุดกระทรวงยุติธรรมอยู่ระหว่างการทบทวนเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะช่วยคุ้มครองและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า การประชุมระดับภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยาน ในครั้งนี้  สืบเนื่องมาจากการที่สหประชาชาติได้รับรอง หลักการและแนวปฏิบัติแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านกฎหมายในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ เพื่อเป็นแนวทางให้ประเทศต่าง ๆ นำไปใช้กำหนดนโยบาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ และมาตรการต่างๆ ภายในประเทศ ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายตลอดทั้งกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ในชั้นก่อนการพิจารณาคดี ระหว่างการพิจารณาคดี และหลังการพิจารณาคดี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะภารกิจในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และการคุ้มครองพยาน ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนางานด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยานในประเทศไทย      กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงได้จัดการประชุมในครั้งนี้ขึ้น โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบที่ดี (Best Practice) ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติของประเทศต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และการคุ้มครองพยาน อันเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เรียนรู้ร่วมกัน รวมทั้งหารือในเบื้องต้นถึงแนวทางการจัดการปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการคุ้มครองพยานข้ามพรมแดน อีกทั้งการประชุมในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ  ในภูมิภาคต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมประชุมฯ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้แทนจากสถานทูตประเทศต่างๆ ในประเทศไทย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ฯลฯ จำนวน ๒๐๐ คน

และในวันศุกร์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานการประชุมระดับภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยาน (Southeast Asia Regional Conference on Legal Aid and Witness Protection) ยกระดับมาตรฐานสู่สากล (ด้านการคุ้มครองพยานในประเทศไทย) ซึงในวันนี้ได้มีการประชุมเกี่ยวกับการคุ้มครองพยานในประเทศไทย เกี่ยวกับ ภารกิจ แนวปฏิบัติ และการแสดงตัวอย่างกรณีศึกษาของประเทศไทย อาทิ การคุ้มครองพยานคดีค้ามนุษย์ ความเป็นมาของแผนพัฒนา ระบบการคุ้มครองพยานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการร่วมหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในการคุ้มครองพยาน   ข้ามพรมแดนในอาเซียน ทั้งนี้ เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนให้ทุกหน่วยงานสามารถขอใช้บริการงานคุ้มครองพยานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

 

******************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๙ / อุษา,พบพร,มนัส-ภาพ,วรวุฒิ-ข่าว

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ ห้องเจ้าพระยาบอลรูม            โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพ ฯ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการ            กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด การประชุมระดับภูมิภาคอาเซียนว่าด้วย การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยาน (Southeast Asia Regional Conference on Legal Aid and Witness Protection) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ ๑๙ สิงหาคม และมี นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวรายงาน

สำหรับการจัดการประชุมในครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการ              ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยานจากผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนจากประเทศสมาชิก อาเซียน

/พร้อมรับฟัง...

 

พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน             ภาคประชาสังคม นักวิชาการและภาคประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนางานด้านการให้ความช่วยเหลือ        ทางกฎหมายและการคุ้มครองพยานในประเทศไทย พร้อมพิจารณาแนวทางความร่วมมือในการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยานในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยภายในงานจัดให้มีการประชุมในหัวข้อและประเด็นทางวิชาการที่น่าสนใจ ดังนี้

วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๙

•         หัวข้อ การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และการคุ้มครองพยานในภูมิภาคอาเซียน”                  (Legal Aid and Witness Protection in South-East Asia Region) โดยมี ดร. เสรี นนทะสูติ ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และ Ms. Noriko  Shibata Crime Prevention and Criminal Justice Officer  และ รองศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

•         การประชุมกลุ่มย่อย

-         ห้องที่ ๑ ประเด็น การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย (Legal Aid)” โดย ผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ผู้แทนจากประเทศอินโดนิเซีย บรูไน กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ เวียดนามนำเสนอแนวทางในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในประเทศของตน รวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการดำเนินงานในประเทศต่างๆ ผู้ดำเนินรายการ นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

-         ห้องที่ ๒ ประเด็น การคุ้มครองพยาน (Witness Protection)” นำเสนอแนวทางในการคุ้มครองพยานในประเทศของตน รวมทั้งการนำเสนอภาพรวมการคุ้มครองพยานในประเทศไทย รวมทั้ง   ผลการศึกษาวิจัยแนวทางการคุ้มครองพยานข้ามพรมแดน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ    เพื่อพัฒนาการดำเนินงานในประเทศต่าง ๆ โดย ผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ บรูไน        อินโดนิเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย นำโดย นายไพฑูรย์ สว่างกมล ที่ปรึกษาสำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ ดร. น้ำแท้ บุญมีสล้าง อัยการจังหวัด             ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด  ผู้ดำเนินรายการ นางสุนารี เมดดราลา เจ้าหน้าที่ล่ามแปล          สถาบันระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตากฎหมาย

 

พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า หลักการและแนวปฏิบัติแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านกฎหมายในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา            เป็นหลักการสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศต่างๆ นำไปใช้กำหนดแนวทางในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย  แก่ประชาชนได้ในทุกมิติ สำหรับการกำหนดนโยบายและบัญญัติกฎหมายภายในประเทศไทยนั้น                  ได้นำหลักการสิทธิมนุษยชนสากลมาพิจารณาประกอบกับบริบทของประเทศเสมอ โดยนโยบายในการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญ      มาโดยตลอด ซึ่งได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่จัดบริการเพื่อให้ความช่วยเหลือ คุ้มครอง และ

/เยียวยา...

 

 

 

เยียวยาแก่ประชาชน ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพถือเป็นหนึ่งในองค์กรหลักที่มีภารกิจในการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองประชาชน โดยด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายจะครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง       คือการให้ความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนแก่ประชาชน กลางทาง คือ การคุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เช่น การประกันตัว และการช่วยเหลือทางคดีผ่านทางกองทุนยุติธรรม       และปลายทาง คือ เยียวยาผู้เสียหาย หรือ เหยื่อในคดีอาชญากรรม โดยมีการกระจายอำนาจไปยัง        ระดับภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน                สำหรับด้านการคุ้มครองพยานนั้น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยสำนักงานคุ้มครองพยาน             เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งเป็นการที่รัฐรับรองหลักประกันความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นระบบ  ทั้งนี้           ล่าสุดกระทรวงยุติธรรมอยู่ระหว่างการทบทวนเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความ          ตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะช่วยคุ้มครองและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

 

นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า การประชุมระดับภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยาน ในครั้งนี้  สืบเนื่องมาจาก       การที่สหประชาชาติได้รับรอง หลักการและแนวปฏิบัติแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเข้าถึงความช่วยเหลือ        ด้านกฎหมายในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ เพื่อเป็นแนวทาง          ให้ประเทศต่าง ๆ นำไปใช้กำหนดนโยบาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ และมาตรการต่างๆ ภายในประเทศ      ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายตลอดทั้งกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ในชั้นก่อนการพิจารณาคดี ระหว่างการพิจารณาคดี และหลังการพิจารณาคดี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะภารกิจในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และการคุ้มครองพยาน ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนางานด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยานในประเทศไทย      กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงได้จัดการประชุมในครั้งนี้ขึ้น โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ       และผู้แทนจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบที่ดี (Best Practice) ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติของประเทศต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านการให้ความช่วยเหลือ        ทางกฎหมาย และการคุ้มครองพยาน อันเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เรียนรู้ร่วมกัน รวมทั้งหารือในเบื้องต้นถึงแนวทางการจัดการปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการคุ้มครองพยานข้ามพรมแดน อีกทั้งการประชุมในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ  ในภูมิภาคต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมประชุมฯ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้แทนจากสถานทูตประเทศต่างๆ ในประเทศไทย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ฯลฯ จำนวน ๒๐๐ คน

และในวันศุกร์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานการประชุมระดับภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยาน (Southeast Asia Regional Conference on Legal Aid and Witness Protection) ยกระดับมาตรฐานสู่สากล (ด้านการคุ้มครองพยานในประเทศไทย) ซึงในวันนี้ได้มีการประชุมเกี่ยวกับการคุ้มครองพยานในประเทศไทย เกี่ยวกับ ภารกิจ แนวปฏิบัติ และการแสดงตัวอย่างกรณีศึกษา

/ของประเทศไทย...

 

 

ของประเทศไทย อาทิ การคุ้มครองพยานคดีค้ามนุษย์ ความเป็นมาของแผนพัฒนา ระบบการคุ้มครองพยาน               ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการร่วมหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในการคุ้มครองพยาน   ข้ามพรมแดนในอาเซียน ทั้งนี้ เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนให้ทุกหน่วยงานสามารถขอใช้บริการงานคุ้มครองพยานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

 

******************************

กลุ่มงานช่วยอำนวยการและสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขานุการกรม

๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๙ / อุษา,พบพร,มนัส-ภาพ,วรวุฒิ-ข่าว