กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
A- A A+
วิสัยทัศน์ "เป็นองค์กรในการส่งเสริม คุ้มครอง และสร้างหลักประกันสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนสู่ความเป็นสากล" Vision “To be an organization for promotion, protection and guarantee of rights, liberties and human rights with a determination to achieve international standards.” ค่านิยม T="Team work" O="Organization Of Learning" P="Professional" S="Service Mind" คติประจำกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ "คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิต แห่งความเป็นธรรม"

ประวัติความเป็นมากองส่งเสริมระงับข้อพิพาท

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ตามมาตรา 66  “บุคคล ซึ่งรวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และตามมาตรา 87 (1)(2) และ (3) รัฐต้องดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การจัดทำบริการสาธารณะ รวมทั้งการตรวจสอบอำนาจรัฐทุกระดับ

จากมาตราดังกล่าวทั้งสองทำให้เห็นว่า หากมีปัญหาข้อขัดแย้งในชุมชนรัฐธรรมนูญรองรับว่ามิใช่เป็นหน้าที่ของรัฐฝ่ายเดียว จำเป็นต้องดึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งในชุมชนด้วยตัวของชุมชนเอง โดยอาศัยจารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดำเนินการ

            แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 พ.ศ. 2550-2554 กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทย (ยุทธศาสตร์ที่ 2) ให้มีการส่งเสริมการดำรงชีวิตที่มีความปลอดภัย น่าอยู่ และสงบสุข บนพื้นฐานของความยุติธรรมแบบบูรณาการและบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งส่งเสริมการใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกอย่างจริงจังในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว ทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมทางเลือกได้รับการยกระดับให้มีความสำคัญเพื่ออุดช่องว่างของกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก ซึ่งการจัดการความขัดแย้งและการระงับข้อพิพาทโดยใช้มิติทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมทางเลือก

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 มาตรา 4 ในเพิ่มมาตรา 61/1 มาตรา 61/2 และมาตรา 61/3 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 โดยเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้อำเภอไกล่เกลี่ยหรือจัดให้มีการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม โดยให้มีคณะบุคคลผู้นำหน้าที่ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทของประชาชนที่คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำเภอในเรื่องข้อพิพาททางแพ่งเกี่ยวกับที่ดิน มรดก และข้อพิพาททางแพ่งอื่นที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาทหรือมากกว่านั้น และให้อำเภอเป็นผู้ไกล่เกลี่ยความผิดทางอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้ และมิใช่ความผิดเกี่ยวกับเพศ

จากมาตราดังกล่าว ทำให้อำเภอมีอำนาจมากขึ้นในการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทและประชาชนมีส่วนร่วมเป็นคณะไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในทางแพ่งด้วย  ดังนั้น การดำเนินงานส่งเสริมการจัดการความขัดแย้งและการระงับข้อพิพาทที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพรับผิดชอบ จึงต้องปรับกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสาระสำคัญของมาตราดังกล่าวด้วย

กระทรวงยุติธรรมดำเนินการจัดทำแผนแม่บทกระบวนการยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2550-2551 โดยแผนแม่บทดังกล่าวได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินการไว้ 10 ยุทธศาสตร์ และหนึ่งในยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้กำหนดให้มีการส่งเสริมการระงับข้อพิพาทและลดปริมาณคดีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม (ยุทธศาสตร์ที่ 6) โดยมีแผนงาน 2 แผนงาน คือ แผนงานส่งเสริมและพัฒนาการระงับข้อพิพาทและลดปริมาณคดีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์  นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย  กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม  สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  สำนักงานศาลยุติธรรม  สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงบประมาณ  ร่วมกันกำหนดรูปแบบและแนวทางการลดปริมาณคดีขึ้นสู่ศาลไว้ 10 มาตรการ ซึ่งหนึ่งในมาตรการดังกล่าวนั้น มีการกำหนดให้มีมาตรการการระงับข้อพิพาททั้งในและนอกศาล อันเป็นแนวทางในการลดปริมาณคดีขึ้นสู่ศาล

ดังนั้น ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการจัดการความขัดแย้งและการระงับข้อพิพาทนั้น มีหลายหน่วยงานและหลายกระทรวงด้วยกันที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีภารกิจหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนากลไกการระงับข้อพิพาทในสังคม ทำให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้กำหนดให้มีหน่วยงานระดับกองในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

                   (1) การพัฒนาระบบมาตรการและการดำเนินการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน

                   (2) ประสานงานส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อจัดอบรม เผยแพร่ความรู้แก่ชุมชนในการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท

                   (3) ศึกษา วิเคราะห์ ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาระบบและการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการระงับข้อพิพาท

กองส่งเสริมการระงับข้อพิพาทเป็นหน่วยงานระดับกองในสังกัดกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2545  ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ  กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2545

มีผู้อำนวยการกองรับผิดชอบมาแล้ว 6 ท่าน คือ                                                                    

1. นางสาวลัคนา        ลักษณ์ศิริ            (2545 - 2548)

2. นางสาวเพลินใจ     เหรียญนาค          (2548 - 2550)

3. นายประพันธ์         ช่วงภูศรี             (2550 - 2553)

4. นายเกิดโชค          เกษมวงศ์จิตร       (2553 - 2555)

5. นางสาวเอมอร      เสียงใหญ่             (2555 - 2556)

6. นายวรากร          โสมนะพันธุ์           (2556 - ปัจจุบัน)

 

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม